ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปากีสถาน...ประเทศที่ถูกขนานนามว่าเป็นตลาดค้าไตมนุษย์


ปากีสถาน ถูกขนานนามว่า เป็นตลาดค้าไตมนุษย์ที่ในแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคไต จำนวนมากจากหลาย ชาติทั่วโลกเดินทางไปเปลี่ยนถ่ายไตด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูก และไม่ต้องรอนาน การซื้อขายไตทำกันอย่าง ครึกโครม เพราะไม่มีกฏหมายห้าม ทำให้ปากีสถานกลายเป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่ง หนึ่งในภูมิภาคเอเชียใต้

โรงพยาบาลโรคไตที่เมืองราวัลพินดี ใกล้ๆกับ กรุงอิสลามบัด เป็นโรงพยาบาลเอกชนหนึ่งในหลายๆ แห่งที่รับซื้อไต จากชาวบ้านที่ต้องการเงินแล้วนำไปเปลี่ยนถ่ายให้กับผู้ป่วยโรคไตซึ่งมี ทั้งชาวปากี สถานที่มีฐานะและชาวต่างชาติ อาทิ จาก ซาอุดิอาราเบีย อังกฤษ และแคนาดา ปากีสถานไม่มี กฏหมายห้ามการค้าขายอวัยวะมนุษย์ ไม่เหมือนในอินเดียประเทศเพื่อนบ้าน นั่นทำให้ปากีสถาน กลายเป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์แห่งใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้คู่กับบังคลาเทศ

ด็อกเตอร์มุกตา ฮาหมิด ชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรค์ไต บอกว่ามีผู้ลงทะเบียน จะขายไตกับโรง พยาบาลของเขาเกือบร้อยคน แต่ก่อนอื่นเขาบอกว่า นี่ไม่ใช่ธุรกิจซื้อขายไต แต่บอกว่า เป็นการบริจาค และ มีการจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้บริจาคโดยจ่ายคนละหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นรูปี ซึ่งมากกว่า 3 พันเหรียญ สหรัฐ เขาบอกว่า ผู้บริจาคไตมีปัญหาเศรษฐกิจเพราะเป็นคนจน คุณหมอคนนี้ เชื่อว่า นี่เป็นการ ช่วยเหลือคนจนไปในตัว เพราะว่าเงินที่ได้รับจากการขายไตจะช่วย ให้พวกเขารอดพ้นจากความ ยากจน

ดูเหมือนว่า ความยากจน เป็นสาเหตุหลักที่บังคับให้คนจนในปากีสถานต้องขายไตตัวเอง ผู้ขายไต เป็นชาวบ้านและ กรรมกรทั่วไป พวกเขาไร้การศึกษา และเข้าใจผิดว่าจะสามารถ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลังการขายไตไปหนึ่งข้าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาจะต้อง ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง และเข้ารับ การตรวจสุขภาพเป็นประจำ ผู้ขายไตส่วนใหญ่ นำเงิน ที่ได้มาไปใช้หนี้สินของครอบครัว ค่าสินสอด ทองหมั้นลูกสาวที่จะแต่งงาน ค่าผ่อนบ้าน หรือ ค่ายาเสพติดในรายที่ติดยา หรือใช้จ่ายสุรุ่ย สุร่าย ตลอดจนเป็นค่ารักษา พยาบาล ตัวเองหลังการผ่าตัด ในบางหมู่บ้าน ชาวบ้านกว่าครึ่งค่อนหมู่บ้าน พากันขายไตเพื่อแก้จน

หมอ มุกตา เล่าต่อว่า เมื่อผู้ต้องการขายไตจะมาหาเขาเพื่อแสดงความจำนง เขาจะแจ้ง รายละเอียดทุกอย่างให้ฟัง แล้วทางโรงพยาบาลจะนำตัวไปรับ การตรวจเลือด และเนื้อเยื่อ รวมทั้งตรวจร่างการดูว่าสุขภาพไตดี ไม่มีปัญหา และจะเก็บข้อมูลไว้ เมื่อไหร่ที่มีผู้ป่วยไต มาขอรับไตและสามารถรับกันได้ ก็จะเรียกตัวมาเผื่อผ่าตัด

แม้ว่าหลายชาติมุสลิมรวมทั้ง ซาอุดิอารเบียและอิหร่านไม่มีการห้ามการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ที่รับมาจากคนตายเพราะความเชื่อทางศาสนา แต่ปากีสถานกลับยังไม่ยอมรับ ผู้สังเกตุการณ์ หลายคน บอกว่าสาเหตุที่รัฐบาลปากีสถานไม่ยอมขยับเรื่องการออกกฏหมายห้ามการซื้อขาย อวัยวะมนุษย์ และห้ามการรับบริจาคอวัยวะจากผู้เสียชีวิตก็เพราะกลัวแรง ต้านจากกลุ่มศาสนา ที่มีแนวคิดสุดโต่ง นั่นยิ่งทำให้การค้าขายอวัยวะมนุษย์กลายเป็นธุรกิจ ที่มีผลประโยชน์มหาศาล

บ้านของด็อกเตอร์ มุกตา หลังใหญ่โตราวกับวังตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลของเขา ผู้ป่วยที่ มาผ่าตัดรับไตใหม่ ต้องจ่ายประมาณ 9,000 เหรียญสหรัฐ ถ้าเป็นคนปากีสถาน และ ประมาณ 12,000 เหรียญสหรัฐถ้าเป็นชาวต่างชาติ

คุณหมอ มุกตา บอกว่า ทำไมใครๆถึงมองว่า เขาควรถูกจับลงโทษตามกฏหมายแล้วคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สมควรถูกลงโทษหรือ เขาบอกว่า เขาช่วยเหลือคนอื่น ไม่ได้บังคับจิตใจใคร ใครใครก็บริจาคอวัยวะในร่างกายตนได้ทั้งนั้น และ เขาภูมิใจมาก ที่ได้ช่วยชีวิตคนอื่น เมือ่ไหรที่ ได้เห็นรอยยิ้มของผู้ป่วย เขาจะมีกำลังใจมาก และมั่นใจขึ้นว่า สิ่งที่เขาทำนั้น ถูกต้องแล้ว

ณ. อีกฝากหนึ่งของกรุงอิสลามบัด คุณหมอ วากาส อิกบาล หมอผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายไต ที่โรงพยาบาล ชีฟาอินเตอร์เนชั่นเนล ประนามการซื้อขายไตว่าเป็นอาชญากรรมบั่นทอน สิทธิมนุษยชน เขามองว่า หมอที่ซื้อขายไตทำผิดอย่างมากต่อจรรยาบรรณหมอและ ผิดต่อ ศาสนาด้วย เขาบอกว่าหมอที่ทำการ ผ่าตัดไตที่ซื้อขายมาทำเพื่อหาเงินเข้า กระเป๋าด้วย การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะคนโดยไม่คำนึงว่าเป็นการ ทำที่ผิดที่ทำร้ายสังคม เก็บเกี่ยว ผลประโยชน์จากความทุกข์และความยากจนของชาวบ้าน และเอารัด เอาเปรียบคนจน

คุณหมอ วากาส บอกว่า ปากีสถานกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวเพื่อขายไต เป็นที่ที่นักท่องเที่ยว มาเยือนเพื่อใช้เงินซื้อไต เปลี่ยนถ่ายไตใหม่แล้วก็กลับบ้าน เขาบอกว่า เขาละอายใจกับระบบบ้าน เมืองที่ไม่สามารถช่วยคนของตัวที่ต้องขายไตเพื่อแก้ความทุกข์ยาก อย่างไรก็ดี คุณหมอ วากาส บอกว่า การแก้ปัญหาเรื่องนี้ทำได้ด้วยการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจก่อน และ รัฐบาลต้องออกกฏ หมายห้ามการค้าขายอวัยวะมนุษย์ด้วย เขาบอกว่า เขายังไม่หมดหวังถึงแม้ว่าจะต้องรอกันต่อไปอีก หลายปีก็ตาม

XS
SM
MD
LG