ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เชื้อเพลิงเอธานอลที่ผลิตจากข้าวโพด


รายงานพิเศษของ Voice of America เรื่องการเกษตรระบุว่า ปีนี้เกษตรกรอเมริกันมีแนวโน้มที่จะหันมา ปลูกข้าวโพดกันมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะมี จำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2487 เลยทีเดียวสาเหตุหนึ่ง เป็นเพราะความ ต้องการเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพืชชนิดนี้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคน เสนอว่าควรมีการให้ความสนใจกับการผลิตเชื้อเพลิงจากพืชชนิดอื่นๆนอกจากข้าว โพดบ้าง

ปีนี้คาดว่าเกษตรกรอเมริกันจะปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมากที่สุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 หรือกว่า 50 ปีเลยทีเดียว เหตุผลสำคัญคือความต้องการเชื้อเพลิงเอธานอลที่ผลิตจากข้าวโพดและปริมาณการส่งออก ที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเดือนมีนาคม กระทรวงเกษตรสหรัฐประเมินว่าเกษตรกรทั้งประเทศ จะปลูกข้าวโพดรวมทั้งหมด 36 ล้านเฮคแทร์หรือประมาณ 225 ล้านไร่ ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าปีที่แล้วถึง 15% และมากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2487 เป็นต้นมา ในขณะที่ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ น่าจะมีจำนวนถึง 260,000 ล้านกิโลกรัม ในจำนวนนี้ คาดว่ากว่า 60,000 ล้านกิโลกรัม จะถูกนำไปทำเชื้อเพลิงเอธานอล อย่างไรก็ตาม สภาพภูมิอากาศ โรคระบาด และการเพาะปลูกที่ล่าช้าล้วนเป็นปัจจัย ที่อาจส่งผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวโพดลดลง รวมทั้งการแข่งขันระหว่างบรรดา บริษัทผู้ผลิตเชื้อเพลิงเอธานอลกับอุตสาหกรรมอื่นๆที่ต้องใช้ ข้าวโพด เช่น อุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น

ราคาข้าวโพดขณะนี้ยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อปีที่แล้วราคาข้าวโพดเคย เพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 10 เซนต์สหรัฐไปเป็นเกือบ 20 เซนต์สหรัฐ นอกจากนี้ ชาวไร่ที่ปลูกข้าวโพดยัง ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอเมริกัน เช่นเดียวกับผู้ที่ปลูกพืชอื่นๆ

เมื่อเดือนมกราคม ประธานาธิบดีจอร์จ W บุชเรียกร้องให้มีการใช้เชื้อเพลิง อื่นๆแทนการนำเข้าน้ำ มันจากต่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางคน ให้ความเห็นว่าการผลิตเชื้อเพลิงเอธานอล จากข้าวโพดนั้นเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย และเชื้อเพลิงชนิดนี้ยังให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันซึ่งยิ่งทำให้ต้นทุน ด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้นไปอีก นักวิจารณ์บอกว่ายังมีพืชชนิดอื่นที่สามารถนำมาผลิตเชื้อเพลิงได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากกว่าเช่น บราซิลผลิตเชื้อเพลิงเอธานอลจากน้ำตาลอ้อย

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรบางคนกล่าวว่า การปลูกข้าวโพดมากขึ้นอาจสร้าง ความเสียหายต่อผิวดินได้ เมื่อก่อนชาวไร่มักจะปลูกข้าวโพดสลับกับถั่วเหลือง ซึ่งเป็นพืชที่ช่วยรักษาหน้าดินแบบปีเว้นปี แต่คาดว่าปีนี้ พื้นที่ที่ใช้ปลูกถั่วเหลือง จะลดลงถึง 11% นอกจากนี้ การปลูกข้าวโพดต้องใช้ปุ๋ยมากกว่าพืชหลายชนิด จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหามลพิษในแหล่งน้ำรอบๆไร่ข้าวโพด

เกษตรกรเกือบทุกรัฐในอเมริกากำลังเริ่มปลูกข้าวโพดมากขึ้น โดยรัฐที่มีการ ปลูกมากที่สุดคือไอโอวา ปัจจุบันสหรัฐผลิตข้าวโพดป้อนตลาดโลกถึง 40% และ ปริมาณข้าวโพดที่ส่งออกทั่วโลกเป็นผลผลิตจาก อเมริกากว่าครึ่งนะครับ เมื่อเร็วๆนี้ มการตีพิมพ์บทความของนักเศรษฐศาสตร์ 2 ท่านในนิตยสาร Foreign Affairs ซึ่งระบุว่าสถานการณ์การผลิตเชื้อเพลิงเอธานอลในปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่าง ใหญ่หลวงต่ออุตสาหกรรมอาหาร

นักวิจารณ์บอกอีกว่า การผลิตเชื้อเพลิงเอธานอลในระดับที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อาจต้องใชข้าวโพดราวครึ่งหนึ่ง ของผลผลิตที่มีอยู่ทั้งหมดมาผลิตเอธานอล อย่างไรก็ตาม การแย่งข้าวโพดที่ผลิตได้กันมากยิ่งขึ้น อาจทำให้ผู้คนหันมา ให้ความสนใจกับการพัฒนาเชื้อเพลิงที่ผลิตจากพืชชนิดอื่นๆมากขึ้นก็ได้

XS
SM
MD
LG