ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปัญหาเรื่องโรคโลหิตจางในอินโดนีเซีย


ที่อินโดนีเซียกำลังมีการรณรงค์ต่อต้านโรคโลหิตจางโดยเฉพาะในกรุงจากาต้า ซึ่งมีรายงานว่าบางโรงเรียนนั้น นักเรียนมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็นโรคนี้

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกประมาณว่า ทั่วโลกมีคนเป็นโรคโลหิตจางราว 2,000 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรโลก โรคโลหิตจางเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของมารดา และทารกระหว่างการคลอด และองค์การอนามัยโลกประมาณว่า หญิงมีครรภ์ราวครึ่งหนึ่งในประเทศกไลังพัฒนาเป็นโรคนี้ อัฟริกาและเอเชียมีคนเป็นโรคโลหิตจางกันมากที่สุด และอินโดนีเซียเป็นประเทศหนึ่งที่กำลังขับเขี้ยวเพื่อควบคุมโรคนี้

ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจางนั้นมีระดับฮีโมโกลบิน หรือสารสีแดงในเม็ดเลือดแดงต่ำ สารนี้มีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย โรคโลหิตจางทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านต่างๆ ช้าลง และลดโอกาสที่เด็กจะประสบความสำเร็จในการศึกษาสูง พ่อแม่ผู้ปกครองมักไม่ค่อยทราบว่าลูกหลานของตัวเป็นโรคนี้

มูลนิธิด้านสาธารณสุขแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย ทำงานร่วมกับบริษัทยาเมิร์คของเยอรมนีในการตรวจระดับธาตุเหล็กของเด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ ในนครหลวงของอินโดนีเซียเป็นจำนวนมากกว่า 50,000 คนเพื่อให้สารอาหารเสริมแก่เด็กๆ ที่ต้องการธาตุเหล็ก

คุณหมอปัจจัย ราฮาโจ ผู้ประสานงานสถานพยาบาลของมูลนิธิกุสุมา บัวน่า พูดถึงอาการของเด็กที่เป็นโรคโลหิตจางว่า มักจะดูผิวพรรณซีดเซียว ไม่มีเรี่ยวแรงหรือความสดชื่นรื่นเริงเหมือนเด็กอื่นๆ ทำคะเเนนสอบต่ำกว่าเด็กอื่นๆ

ในการตรวจสุขภาพเด็กในกรุงจาร์กาต้าเมื่อสามเดือนก่อน พบว่ามีเด็กที่เป็นโรคนี้ 162 คน เด็กเหล่านั้นได้รับธาตุเหล็กและวิตามินบีเป็นอาหารเสริมสัปดาห์ละสองครั้ง มาตอนนี้เด็ก 11 คนในจำนวนนั้นกลับมีสุขภาพปกติ คุณครูนูริ อันตีที่โรงเรียนแห่งนี้ สังเกตเห็นว่ามีความเปลี่ยนแปลงหลังจากที่เด็กนักเรียนได้รับสารอาหารเสริมไม่นาน เธอกล่าวว่านักเรียนบางคนมีความกระตือรือร้นขึ้นในด้านการเรียนรู้ถนัดขึ้น และมีความแข็งขันในการทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ผู้อำนวยการมูลนิธิกุสุมา บัวน่ากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการควบคุมโรคโลหิตจางคือ การให้ความรู้การศึกษา และว่าปัญหาจะมีแตกต่างกันไปตามภูมิภาค อย่างเช่นการรับประทานอาหาร อาหารหลักของคนทั่วไปในกรุงจาร์กาต้าคือข้าวขาว หรือก๋วยเตี๋ยวสำเร็จรูป ซึ่งมักไม่ค่อยมีแคลอรี่

ผู้อำนวยการมูลนิธิกุสุมา บัวน่ากล่าวว่าที่จริงในอินโดนีเซียก็มีแหล่งธาตุเหล้กมากมาย อย่างปลา และผักใบเขียว แต่เด็กๆ ไม่ชอบ และพ่อแม่ก็ไม่เคี่ยวเข็ญให้เด็กรับประทาน เพราะไม่ทราบว่าจะมีผลต่อสุขภาพเด็กอย่างไร

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า เด็กหรือผุ้ใหญ่ที่เป็นโรคโลหิตจาง หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาระบบภูมิต้านทานจะถูกกดดัน และจะมีผลถึงการติดเชื้อที่เป็นอัตรายถึงแก่ชีวิตได้ บรรดานักรณรงค์ต่อต้านโรคโลหิตจางในอินโดนีเซียยอมรับว่า การทำงานในกรุงจาร์กาต้ายังอยู่ในขอบเขตเพียงเล็กน้อยเพราะไปถึงเด็กเพียงราว 200 คนแต่ก็หวังกันว่าโคงการนี้จะขยายกว้างขวางออกไป และเป็นแบบอย่างขององค์การหน่วยงานด้านสุขภาพอื่นๆ

XS
SM
MD
LG