ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปัญหาโรคมะเร็งทรวงอก ในสตรีชาวปากีสถาน


อัตราการเกิดมะเร็งทรวงอกในผู้หญิงปากีสถานถือว่าสูงที่สุดในบรรดาผู้หญิงเอเชีย และประมาณ 4 หมื่นคนเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งชนิดในแต่ละปี ปากีสถานมีประชากรราว 150 ล้านคน โดยครึ่งหนึ่ง หรือกว่า 73 ล้านคนเป็นประชากรหญิง

คุณอุมา อาฟตาฟ ผู้ประสานงานสมาคม Pink Ribbon ที่เป็นองค์กรเอกชนท้องถิ่นเพียงแห่งเดียวในปากีสถานที่รณรงค์เรื่องการป้องกันมะเร็งทรวงอก บอกถึงสาเหตุสำคัญอันดับแรกที่ทำให้ผู้หญิงปากีสถานเสียชีวิตด้วยมะเร็งชนิดนี้กันมากว่า ในชนบทปากีสถาน อัตราการรู้หนังสือต่ำมาก และผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้จักมะเร็งทรวงอก เขาเคยได้ยินว่าผู้คุมในจังหวัดหนึ่งในปากีสถานเชื่อว่ามะเร็งทรวงอกเป็นคำสาป และผู้หญิงเป็นมะเร็งชนิดนี้เพราะต้องชดใช้หนี้กรรมหรือบาปที่ทำไว้

ส่วนในข้อสงสัยของหลายฝ่ายที่ว่าเป็นเพราะศาสนาหรือไม่ ที่ทำให้ผู้หญิงปากีสถานไม่กล้าไปตรวจทรวงอกเพื่อหามะเร็ง คุณอุมาบอกปัดเรื่องนี้ว่าเป็นเพราะการขาดการศึกษาในเรื่องนี้กันมากกว่า เขาบอกว่าศาสนาอิสลามไม่ได้ห้ามให้คนรับรู้หรือพูดคุยถึงเรื่องโรคร้ายต่างๆ และด้วยเหตุที่ผู้หญิงชาวปากีสถานไม่มีความรู้เรื่องมะเร็งทรวงอก และไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการตรวจเต้านมตัวเองที่บ้านเป็นประจำเพื่อหาก้อนเนื้อแปลกปลอม คุณอุมาบอกว่าสมาคม Pink Ribbon จึงมุ่งเป้าหมายหลักไปในเรื่องนี้ให้รู้เท่าทันก่อนที่มะเร็งจะลุกลาม

คุณอุมาบอกว่าเขาต้องการสร้างความตระหนักต่างๆ เกี่ยวกับโรคมะเร็งทรวงอกในปากีสถาน ด้วยการส่งเสริมความรู้เรื่องการตรวจเต้านมตัวเองที่บ้าน เพราะหากผู้หญิงตรวจทรวงอกตัวเองที่บ้านได้ ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ฝันร้ายเกิดขึ้นกับพวกเธอ เนื่องจากว่าถ้าหากมีการตรวจเจอมะเร็งในระยะเริ่มต้น โอกาสของการรักษาให้หายก็มีสูงถึง 85 เปอร์เซนต์

แต่การที่จะทำงานใหญ่นี้ให้สำเร็จ คุณอุมาบอกว่าจะต้องความช่วยเหลือจากรัฐในเรื่องทรัพยากรต่างๆ รวมถึบงบุคลากรทางการแพทย์เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้หญิงในชนบท อย่างไรก็ตามนอกจากอัตราการตายจากโรคมะเร็งทรวงอกจะสูงมากแล้ว อัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดนี้ในกลุ่มหญิงเจริญพันธุ์ชาวปากีสถานก็ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย คุณอุมากล่าวถึงเรื่องนี้อย่างอ่อนใจว่า ยังไม่มีใครทราบสาเหตุชัดเจน เขาบอกว่าโชคร้ายที่ไม่มีการศึกษาเรื่องนี้ในปากีสถาน จึงไม่สามารถบอกสาเหตุได้ชัดเจนว่าทำไมผู้หญิงปากีสถานทุกวัย ไม่เจาะจงว่าต้องอายุเกิน 40 ปีถึงเป็นมะเร็งทรวงอกกันมาก จะว่าเป็นเรื่องสายพันธุ์ก็ไม่สามารถพูดได้ชัดเจน เพราะคนอินเดียก็สืบเชื้อสายเดียวกันมา เคยเป็นประเทศเดียวกันมาก่อน แต่กลับเป็นมะเร็งทรวงอกน้อยกว่าชาวปากีสถาน

ทางด้านคุณหมอ ริชวาน อีบบาล ผู้อำนวยการคลีนิคเอกชนตรวจวินิจฉัยโรคในกรุงอิสลามาบัด เล่าให้ฟังว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มาตรวจมะเร็งทรวงอกที่คลีนิคของเขามาพบแพทย์เมื่อเป็นมากแล้ว เขาบอกว่าผู้ที่มาตรวจที่คลีนิคส่วนใหญ่เป็นมะเร็งทรวงอกในระยะร้ายแรงแล้ว เขาจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก และถ้าหากตรวจก่อนหน้านี้ก็คงจะช่วยรักษาได้ อย่างไรก็ดี คุณหมอคนนี้บอกว่าค่ารักษามะเร็งทรวงอกสูงมาก และผู้ป่วยที่ฐานะยากจนจะสู้ไม่ไหว โดยรัฐบาลเองก็ไม่สามารถเเบกรับภาระนี้ได้

อีกอย่างหนึ่งในโรงพยาบาลของรัฐบาลที่มีเครื่องตรวจมะเร็งทรวงอกก็จริง แต่แทบจะไม่ได้ใช้งานเพราะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่กล้าไปตรวจ ด้วยความที่อายหมอ และส่วนใหญ่ก็ไม่ทราบข้อมูลจากรัฐบาลว่าควรจะไปตรวจมะเร็งทุกๆ ปี ทางด้าน ดร. มูฮัมหมัด ฮารูน เจฮานเกียข่าน รองผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพอนามัยครอบครัว กระทรวงสาธารณสุขออกตัวในเรื่องนี้ว่า รัฐบาลปากีสถานได้ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ในเรื่องนี้ และทำมาเยอะเเล้ว เขาบอกว่ามีความจำเป็นที่จะต้องทำให้คนทั่วไปทราบว่ารัฐบาลทำอะไรไปบ้างแล้ว และภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยได้อย่างไรบ้าง เขาบอกว่าในการทำงานในเรื่องนี้ ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนควรหันมาทำงานร่วมกันให้ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำอย่างที่เป็นอยู่

และการสร้างความตระหนักเรื่องมะเร็งทรวงอกอย่างเดียวไม่พอ เขาบอกว่าปากีสถานต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ และยาอีกมากเพื่อรักษาโรคมะเร็งทรวงอก

XS
SM
MD
LG