ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทัศนคติเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรง ในภาคใต้ของประเทศไทย


ผู้สื่อข่าววีโอเอได้พบสนทนากับคนในวงการต่างๆ หลายคน และรายงานว่าบรรดาเจ้าหน้าที่ และนักวิเคราะห์เชื่อกันว่า ผู้ก่อเหตุการณ์ไม่สงบในภาคใต้ของประเทศไทยต้องการจะตั้งรัฐอิสลามแยกเป็นอิสระ

คุณมันซู ซาเลย์ นักธุรกิจและนักรณรงค์ในปัตตานี เป็นผู้หนึ่งที่แสดงทัศนะในเรื่องนี้ เขากล่าวว่าชาวมุสลิมมีความยึดมั่นอย่างเหนียวแน่น ว่าศาสนาอิสลามเป็นหลักการ เป็นแนวประพฤติปฏิบัติ และแนวทางในการดำเนินชีวิต ด้วยศาสนาอิสลาม ชาวมุสลิมสามารถปกป้องคุ้มครองเอกลักษณ์ของตนเอง พัฒนาจิตใจและวิถีชีวิต ดังนั้นเขาเห็นว่าโลกภายนอกควรเข้าใจว่าอิสลามเป็นศาสนาที่มีบทบาทสำคัญในภาคใต้ ไม่ใช่พุทธ

ส่วนอาจารย์ปนิธาน วัฒนายากร คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า ขณะที่เหตุการณ์ไม่สงบรุนแรงขึ้น ก็มองเห็นจุดมุ่งหมาย ของผู้แข็งข้อ แทรกซึมบ่อนทำลายแจ้งชัดขึ้น เขากล่าวว่าตอนนี้แนวความคิดการแยกตัวเป็นอิสระปรากฏแจ้งชัดยิ่งขึ้น แนวความคิดของการเป็นอาณาบริเวณเชื้อสายมลายู และการขับชนกลุ่มอื่นออกไปปรากฏออกมา จากข้อสังเกตต่างๆ นั้น ผู้ก่อความไม่สงบโจมตีสัญลักษณ์ของรัฐบาล รวมทั้งทหาร โรงเรียน และธุรกิจต่างๆ คนงานในอุตสาหกรรมสำคัญๆ เช่นสวนยาง และสถานที่ที่ไม่เป็นที่ยอมรับของศาสนาอิสลาม อย่างบาร์ที่ขายเหล้า นอกจากนั้นยังเข่นฆ่าชาวมุสลิม ที่ผู้ก่อการร้ายเห็นว่าให้ความร่วมมือ ประสานงานกับรัฐบาลด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อเหตุการณ์รุนแรงส่วนใหญ่มุ่งเป้าหมายชาวพุทธ ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่า พยายามผลักดันผลักไสชาวพุทธให้ออกไปจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ประมาณว่ามีคนอพยพออกจากพื้นที่ภาคใต้ หลายหมื่นคน วัดของชาวพุทธต้องมียามรักษาการทุกวัด หลายวัดต้องปิดไป

พระสุนทร ปริยวิธาน ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า มีหลายวัดที่ไม่มีพระประจำอยู่เลย และว่าปัญหาในภาคใต้นั้นคือผู้ก่อความไม่สงบฆ่าพระสงฆ์ ต้องการทำลายศาสนาพุทธ และคิดว่าจุดมุ่งหมายของการก่อเหตุการณ์รุนแรงที่เป็นอยู่คือการขับไล่ชาวพุทธออกไปจากภาคใต้ พระสุนทร ปริยวิธาน กล่าวด้วยว่าชาวบ้านจะต้องช่วยกันหาทางให้เกิดความสงบสันติสุข ชาวพุทธจำนวนมากมีความเห็นแบบเดียวกันนี้

คุณประยูรเดช คนันรักษ์ ทนายความและสมาชิกสภาบริหารส่วนท้องถิ่นกล่าวว่า เขาสูญเสียทุกอย่างเมื่อผู้ก่อเหตุไม่สงบเผาสวนยางของเขา และว่าผู้ก่อเหตุความไม่สงบกำลังทำลายความสงบสุขของภูมิภาค และรัฐบาลไม่สามารถควบคุมความรุนแรง หรือคุ้มครองประชาชน นักวิเคราะห์ผู้ทำงานอยู่ในภาคใต้ของไทยกล่าวว่า เหตุการณ์ไม่สงบที่ทวีความรุนแรงขึ้น แสดงว่าการรักษาความมั่นคงล้มเหลว

ฟรานซิสก้า ลอ เดวี นักวิเคราะห์เหตุการณ์ี่กลุ่ม International Crisis Group แสดงความเห็นว่า กำลังรักษาความมั่นคงทำงานไม่ได้ผลในการต่อสู้กับการแข็งข้อ แทรกซึม บ่อนทำลาย และว่าผู้ก่อความไม่สงบมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และมีความก้าวร้าวมากขึ้น

อิหม่ามยาขอบ ฮารายมานีที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีกล่าวว่า ชาวพุทธและชาวมุสลิมเคยอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และว่าจะต้องหาทางกลับเป็นเช่นนั้นใหม่ เขาเชื่อว่าชาวพุทธคิดว่าชาวมุสลิมรับผิดชอบในเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น และชาวมุสลิมไม่ทราบว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเหตุการณ์รุนแรงนั้น

อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายจะต้องพยายามต่อไปเพื่อนำสันติสุขกลับสู่ผืนแผ่นดินนี้ ส่วนคุณครูกิตติภพ ทองสิน ซึ่งเป็นชาวพุทธในจังหวัดนราธิวาส หวั่นกลัวเหตุการณ์รุนแรง ชาวบ้านไม่กล้าออกจากบ้านไปทำงาน พอตกค่ำก็ไม่ออกจากบ้านไปไหน

ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่า ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมในภาคใต้ต่างกล่าวว่า สถานการณ์นี้เป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะเมื่อก่อนนี้ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมอยู่เคียงข้างกันแย่างมีสันติสุข มาตอนนี้ต่างอยู่ด้วยความกลัว ทั้งชาวพุทธและชาวมุสลิมกำลังกลัวว่า หากความเชื่อถือและการยอมรับซึ่งกันและกันหมดสิ้นไป การพิพาทขัดแย้งอาจขยายตัวจนเกินกว่าจะควบคุมได้

XS
SM
MD
LG