ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ประธานาธิบดีบุช แถลงแผนการพลังงานแปรรูปหมุนเวียนของสหรัฐ


ในการแถลงแสดงสภาวะสหรัฐเมื่อต้นปีนี้ ประธานาธิบดีบุชกล่าวว่า การมีแหล่งทรัพยากรพลังงานที่หลายหลาก จะเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญใหญ่หลวงสำหรับสหรัฐ

ประธานาธิบดีบุช ประกาศเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐที่จะลดการใช้น้ำมันในสหรัฐลงให้ได้ราว 20% ในเวลา 10 ปีข้างหน้า บรรดาผู้นำในวงการพลังงานแปรรูปที่หมุนเวียนกลับมาใช้ได้ใหม่ แสดงความยินดีที่สหรัฐมีแผนการดังกล่าว และสนับสนุนรายงานฉบับใหม่ของ American Council on Renewable Energy ที่เรียกตามอักษรย่อว่า ACORE รายงานนั้นระบุว่า แหล่งพลังงานแปรรูปหมุนเวียนจะช่วยลดการใช้น้ำมันของอเมริกาลง ทำให้คนมีงานทำ และคุ้มครองโลกให้พ้นจากอันตรายของการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ในการแถลงต่อที่ประชุมผู้แทนบริษัทพลังงานแปรรูปหมุนเวียน และกลุ่มแรงงานอุตสาหกรรม ประธานสภา ACORE กล่าวว่ารายงานนี้แสดงถึงรูปการณ์ที่มีความหวัง กลุ่มบริษัทเหล่านั้นเชื่อว่าพลังงานแปรรูปหมุนเวียนจะให้พลังงานได้ราว 25-30 เปอร์เซนต์ของความต้องการพลังงานของสหรัฐภายในเวลา 20-30 ปีข้างหน้า รายงานนั้นขอให้บรรดาผู้นำในรัฐสภาสหรัฐมีพันธกรณีมากขึ้นในการดำเนินงานส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐวอชิงตัน เจย์ อินชลีย์ เสนอร่างรัฐบัญญัติที่จะสนับสนุนพลังงานหมุนเวียน โดยการเสนอสิ่งตอบแทนด้านการลดหย่อนภาษีระยะยาว ให้ความสนับสนุนด้านการวิจัย และการพัฒนา และลู่ทางสำหรับการเชื่อมโยงระบบพลังงานหมุนเวียน เข้ากับข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่มีอยู่ หากไม่รวมเขื่อต่างๆ ในภาค ตต. เฉียงเหนือของสหรัฐที่ให้กระเเสไฟฟ้าจากพลังน้ำแล้ว พลังงานหมุนเวียนมีส่วนเพียง 2 เปอร์เซนต์ในพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในสหรัฐ แต่ประธาน ACORE เห็นว่ามีศักยภาพมากกว่านั้นมาก

ไมเคิล เอดการ์ด ประธาน ACORE กล่าวว่าในระยะยางนั้นพลังงานหมุนเวียนจะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ถึง 50 เปอร์เซนต์ของความต้องการ และ 50 เปอร์เซนต์ของพลังงานทั้งหมดที่สหรัฐต้องการใช้ในขณะที่ย่างเข้าศตวรรษใหม่นี้ แต่เขาเห็นว่าอนาคตเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนนิสัยในการใช้พลังงาน

ประธานกลุ่ม ACORE ยกตัวอย่างการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต ซึ่งรวมทั้งการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ติดตั้งอุปกรณ์รับแสงอาทิตย์ที่บ้าน ซื้อเชื้อเพลิงที่สะอาด ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ที่ประหยัดเชื้อเพลิง เป็นต้น

ไมเคิล เอดการ์ด กล่าวว่าตลาดสำหรับพลังงานเหล่านี้กำลังขยายตัว ฉะนั้นการแข่งขันในบรรดาผู้ผลิตก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาเชื้อเพลิงชีวภาพลดลง และอาจจะต่ำกว่าราคาน้ำมันเบนซิน เขากล่าวว่าเรื่องนี้ต้องอาศัยการที่รัฐบาลจะออกกฏหมายที่ยอมให้เศรษฐกิจมีความแตกต่างหลากหลายออกไป เปิดทางให้ตลาดมีผลประโยชน์จากผลประโยชน์ของสาธารณะด้วย และเสนอแนะให้มีการลงโทษสำหรับการทำให้เกิดมลภาวะ และให้รางวัลสำหรับการทำกิจกรรมที่ไม่ก่อมลภาวะ ประธานสภาอเมริกันเพื่อพลังงานหมุนเวียน ACORE กล่าวว่าขณะนี้อุตสาหกรรมต่างๆ กำลังดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้มีพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมออกมาให้ใช้กันได้ทั่วไป และหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง บ่ายเบนเเนวโน้มไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในสภาพอากาศของโลกได้

และที่นครเจนีวากองทุนโลกเพื่อพิทักษ์ธรรมชาติ Worldwide Fund for Nature ออกรายงานว่าโลกเรามีพลังงานที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีเหลือเฟือที่จะนำมาใช้ควบคุมความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก แต่การที่จะป้องกันความหายนะจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกได้ รัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะต้องลงมือดำเนินการภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ รายงานของ Worldwide Fund for Nature เสนอแนะการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งควรจะต้องดำเนินไปพร้อมๆ กันในหลายๆ แนวซึ่งรวมทั้งการพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพ และขยายแหล่งพลังงานแบบยั่งยืนที่นำมาใช้ได้ใหม่เรื่อยๆ อย่างพลังงานลม และพลังงานแสงแดด สำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง เอธานอลนั้นมีคำเตือนว่า การผลิตเชื้อเพลิงแบบนี้ อาจทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์ และอาจส่งให้เกิดผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมตามมาได้ องค์การนี้คัดค้านการขยายพลังงานปรมาณูเพื่อเป็นทางเลือกในการรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก เพราะความวิตกในเรื่องความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าปรมาณู กากของเสีย และการแพร่เทคโนโลยีปรมาณู ซึ่งเป็นความเสี่ยงมากเกินไป

XS
SM
MD
LG