ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ปัญหาการว่างงาน ของบัณฑิตใหม่ในประเทศจีน


ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานักศึกษาจีนที่เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยนั้น มีเพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก็ยังมีนักศึกษามหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยที่เมื่อจบออกมาแล้ว หางานทำไม่ได้ ปีนี้นักเศรษฐศาสตร์บางคนถึงกับพยาการณ์ว่า จะมีบัณฑิตจบใหม่ของจีนที่ต้องว่างงานราว 1 ล้าน 5 แสนคน

ถึงแม้ว่าตัวเลขอัตราการว่างงานของจีนอย่างเป็นทางการในขณะนี้จะอยู่ที่ราว 4% แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าการว่างงานอย่างแท้จริงนั้นอยู่ที่ 10% และสำหรับบัณฑิตจบใหม่ของจีน ปัญหาการว่างการมักจะมาจากการที่จำนวนผู้สมัครมากกว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับ รวมทั้งจากการเลือกงานที่จ่ายเงินเดือน และมีสภาพการทำงานที่ดีด้วย

คุณลี ยาน เป็นหนึ่งในบรรดาบัณฑิตจบใหม่ราว 5 ล้านคนที่จะต้องออกมาแข่งกันหางานในปีนี้ และเธอหวังว่าคงจะไม่โชคร้ายต้องตกเป็นส่วนหนึ่งของสถิติ อย่างเช่นบัณฑิต 1 ล้าน 2 แสนคนที่หางานทำไม่ได้ในปีที่แล้ว เพราะเธอเป็นลูกคนเดียว และจำเป็นต้องหางานเพื่อให้มีรายได้กลับไปเลี้ยงครอบครัว

แต่คุณยาง ชุน ซิว ของบริษัท China Human Resource ตั้งข้อสังเกตว่า สำหรับนายจ้างในเมืองจีนขณะนี้ การจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอย่างเดียวนั้น ยังไม่พอ เพราะธุรกิจต่างๆ ต้องการนักศึกษาที่มีประสบการณ์ชีวิตรอบตัวด้วย คุณยาง ชุน ซิว เสริมด้วยว่านายจ้างในเมืองจีนส่วนใหญ่นั้น อยากได้คนทำงานที่มีประสบการณ์การทำงานมาแล้ว 2-3 ปีเพื่อมาช่วยเสริมธุรกิจของตน

ส่วนคุณสตีเฟ่น กรีน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ชี้ว่าคุณภาพของระบบการศึกษาของจีนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นกัน เพราะว่าในขณะนี้มหาวิทยาลัยต่างๆ ของจีนไม่ได้เตรียมบัณฑิตสำหรับตลาดแรงงานยุคใหม่อย่างเพียงพอ และการเรียนการสอนยังเน้นการท่องจำ หรือการสอบให้ผ่านเป็นหลัก

ช่องว่างระหว่างความคาดหวังของนายจ้างและบัณฑิตผู้มองหางานในเมืองจีนดังกล่าว รวมทั้งจำนวนบัณฑิตที่จบการศึกษาออกสู่ตลาดแรงงาน กับตำแหน่งงานที่มีอยู่ในขณะนี้ คงจะเป็นเครื่องเตือนใจคนหนุ่มสาวของจีนได้ว่า ลำพังเฉพาะปริญญาบัตร หรือชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยที่ตนเดินผ่านแต่อย่างเดียวนั้นยังไม่พอ เพราะสิ่งที่ธุรกิจยุคใหม่กำลังมองหานั้นคือประสบการณ์ และความสามารถในการปรับตัว

XS
SM
MD
LG