ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะ ของนักวิจัยจากประเทศเบลเยี่ยม


งานวิจัยที่เบลเยี่ยมพยายามแสดงให้เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะ กับการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคจนเกิดการดื้อยา โดยกำหนดให้อาสาสมัครที่มีสุขภาพดีเข้ารับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่แตกต่างกัน 2 ชนิด ผลปรากฏว่าจากการรักษาเพียงครั้งแรก ในช่องปากของอาสาสมัครมีเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อยาที่ใช้รักษามากขึ้น

และอาสาสมัครบางคนมีเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอยู่ในช่องปาก นานหลังการทดลองไปอีกกว่า 6 เดือน ในขณะเดียวกัน รายงานอื่นๆ เกี่ยวกับยาปฏิชีวนะระบุว่า การใช้ยาผิดๆ จะทำให้ยาเหล่านั้นมีประสิทธิภาพลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนไข้เลิกใช้ยาทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกว่าตนเองหายแล้ว โดยที่ไม่ได้กินยาชนิดนั้นให้หมด หรือครบตามจำนวนที่หมอสั่ง

การทานยาไม่ครบทำให้เชื้อโรถูกกำจัดไม่หมด เชื้อโรคที่เหลืออยู่จะกลายพันธุ์จนดื้อยาชนิดนั้นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่หมอจัดยาให้มากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาเช่นกัน

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า โรงพยาบาลใดก็ตามที่มีการควบคุมยาปฏิชีวนะที่ให้แก่คนไข้อย่างเข้มงวด จะมีแนวโน้มที่สามารถควบคุมปริมาณเชื้อโรคที่ดื้อยาไว้ได้ แพทย์ส่วนใหญ่จะสั่งยาปฏิชีวนะ ก่อน หรือระหว่างการรักษา หรือการผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และส่วนใหญ่แพทย์จะอาศัยผลจากการเพาะเชื้อเพื่อวินิจฉัยว่าควรจัดยาปฏิชีวนะชนิดใดให้แก่คนไข้ในการรักษา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ มีหมอบางคนที่สั่งยาปฏิชีวนะโดยไม่ได้อ้างอิงผลจากการเพาะเชื้อแต่อย่างใด

นายแพทย์สจ๊วต เลวี่ จากคณะแพทย์ศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยทัฟ กล่าวว่าแพทย์ที่สั่งยาโดยไม่คำนึงถึงคนไข้ ก็เปรียบเหมือนคนสร้างอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงโดยไม่รู้ตัว เพราะการที่รักษาคนไข้ไม่ได้ ก็เหมือนการคร่าชีวิตพวกเขาไปนั่นเอง

เชื้อโรคที่ดื้อยาทำให้การรักษายุ่งยากมากขึ้น และอาจทำให้คนไข้ป่วยจนเสียชีวิตได้ นักวิจัยจากเบลเยี่ยมกล่าวว่ารายงานฉบับนี้เป็นเสมือนการส่งสารสำคัญไปยังบรรดาแพทย์ว่า การสั่งยาปฏิชีวนะที่ผิดๆ อาจส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อคนไข้ได้

XS
SM
MD
LG