ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

รายงานจากโครงการด้านโรคเอดส์ขององค์การสหประชาชาติ เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส HIV


โครงการด้านโรคเอดส์ขององค์การสหประชาชาติระบุว่า คนกำลังเป็นโรคเอดส์กันมากขึ้นทั่วโลก ซึ่งทำให้วิตกกันว่าโรคเอดส์อาจกลับมาใหม่ในบางประเทศที่เคยประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับโรคนี้

แต่ขณะเดียวกันข้อมูลใหม่ก็บ่งชี้ด้วยว่าโครงการต่างๆ ในการป้องกันการติดเชื้อ HIV กำลังได้ผลดีขึ้น หากมุ่งเพ่งเล็งในการเข้าถึงคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด และปรับตามสภาพที่เปลี่ยนไปของการแพร่ระ บาดของโรค

โครงการโรคเอดส์ของสหประชาชาติรายงานว่า การแพร่เชื้อไวรัส HIV ที่เป็นสาเหตุของโรคเอดส์ใน 8 ประเทศในอัฟริกาลดลง ซึ่งแสดงว่าการดำเนินงานป้องกันได้ผล รายงานระบุว่าในจีน โครงการบาง โครงการที่มุ่งช่วยคนทำงานบริการทางเพศ ทำให้มีการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น และการติดเชื้อด้าน เพศสัมพันธ์ลดลง และโครงการที่มุ่งผู้ใช้ยาเสพติดก็มีความก้าวหน้าในบางส่วน

การสำรวจในช่วงปี 2543-2548 พบว่าการที่มีคนเป็นโรคเอดส์มากขึ้น ดูเหมือนจะเป็นผลจากการ ไม่ระมัดระวังในการใช้ถุงยางอนามัย และจำนวนผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับคู่หลายคนมีมากขึ้น

ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยนั้น การสำรวจพบว่าภาวะการติดเชื้อในประเทศไทยกำลังน่าวิตก แม้ว่าอัตราการติดเชื้อโดยทั่วไปจะลดลง แต่มีการติดเชื้อใหม่เป็นเปอร์เซนต์สูงในคนที่เคยเชื่อว่า มีความเสี่ยงน้อย

กระทรวงการต่างประเทศของไทยกล่าวว่า 1 ใน 3 ของการติดเชื้อใหม่ในประเทศไทยอยู่ในบรรดา หญิงที่แต่งงานแล้วซึ่งคาดว่าติดจากคู่ครอง รายงานระบุว่าในประเทสไทยมีคนเป็นโรคเอดส์ทั้งผู้ใหญ่และเด็กราว 580,000 คน จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV ใหม่ในแต่ละปียังคงลดลง ในปี 2548 มีคนติดเชื้อใหม่ราว 18,000 คน น้อยกว่าปี 2547 ถึง 10 เปอร์เซนต์

แต่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างทางสังคมอาจมีส่วนให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่การมีเพศสัมพันธ์ ก่อนแต่งงานมีมากขึ้น และคนหนุ่มสาวใช้ถุงยางอนามัยไม่สม่ำเสมอ ขณะเดียวกันคนรักเพศเดียว กันยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อไปต่อการติดเชื้อ เฉพาะในกรุงเทพชายรักเพศเดียวกันติดเชื้อมากขึ้นอย่าง มาก จาก 17 เปอร์เซนต์ในปี 2546 เป็น 28 เปอร์เซนต์ในปี 2548 และผู้ติดเชื้อราว 80 เปอร์เซนต์ไม่ เคยตรวจหาเชื้อ HIV มาก่อน

ตามรายงานนี้ การติดเชื้อในเชียงใหม่อยู่ที่ระดับ 15 เปอร์เซนต์ และที่ภูเก็ต 5.5 เปอร์เซนต์ การติดเชื้อ ในหมู่คนขายบริการทางเพศ อยู่ที่ระดับ 11 เปอร์เซนต์ ในเชียงใหม่ 14 เปอร์เซนต์ในภูเก็ต และ 19 เปอร์เซนต์ที่กรุงเทพ ซึ่งส่อแสดงถึงการไม่ใช้ถุงยางอนามัยอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น การใช้ยาเสพติดแบบฉีดเข้าเส้นยังเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ ราว 45 เปอร์เซนต์ของ ผู้เสพยาแบบนี้ที่เข้ารับการบำบัดติดเชื้อ HIV

รายงานระบุว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยง และส่งเสริมให้มีการ ปรึกษาและตรวจเชื้อ HIV กันมากขึ้นในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ และจำเป็นต้องกลับมาเร่ง การรณรงค์เรื่องการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยกันใหม่ นอกจากนั้นรายงานของ UNAIDS ระบุว่าอัตรา การติดเชื้อ HIV ในยุโรปตะวันออกและเอเชียกลางสูงขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซนต์ตั้งแต่ปี 2547

ตามรายงานนั้น อัตราการติดเชื้อในสหรัฐ และประเทศในยุโรปตะวันตก รวมทั้งอังกฤษลดลง ในส่วนที่ มีการดำเนินงานป้องกันอย่างแข็งขัน

รายงานระบุว่า ขณะนี้ทั่วโลกมีคนติดเชื้อ HIV เอดส์ราว 39,500,000 คน เฉพาะที่ติดเชื้อในปีนี้มี 4,300,000 คน ที่เสียชีวิตไปในปี 2549 ราว 2,900,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่ผ่านมา

XS
SM
MD
LG