อินโดนีเซียขยายขอบเขตของการห้ามการส่งออกน้ำมันที่ใช้ประกอบอาหาร ซึ่งรวมถึงน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มที่ได้รับการกลั่นเเล้ว ตามรายงานของรอยเตอร์ที่อ้างอิงคำพูดของรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของประเทศ
รัฐมนตรีแอร์เเลงกา ฮาร์ตาร์โต กล่าวสั้นๆในวันพุธว่า การปรับมาตรการส่งออกนี้เป็นไปตามการตัดสินใจของประธานาธิบดีโจโค วิโดโด
ก่อนหน้านี้ การงดการส่งออก มิได้ครอบคลุมน้ำมันปาล์มดิบ กล่าวคือ เคยมีผลเเต่เฉพาะกับน้ำมันปาล์มโอเลอินชนิดฟอกสี น้ำมันปาล์มโอเลอินกลั่น และน้ำมันปาล์มโอเลอินกำจัดกลิ่น เท่านั้น
โจโก วิโดโด้ ผู้นำอินโดนีเซียกล่าวว่า ประชาชนภายในประเทศจำเป็นต้องมีน้ำมันทำอาหารที่ราคาไม่เเพงใช้ เเละปากท้องของประชาชนมีความสำคัญกว่ารายได้จากการส่งออก
เขากล่าวว่า อินโดนีเซียมีศักยภาพการผลิตน้ำมันปาล์มเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ และว่าเป็นเรื่อง “ย้อนเเย้ง” ที่ประเทศกำลังเผชิญกับการขาดเเคลนน้ำมันที่ใช้ทำอาหาร
รอยเตอร์รายงานว่า หลังจากที่อินโดนีเซียขยายมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันประกอบอาหาร ราคาน้ำมันถั่วเหลืองที่ตลาดซื้อขายล่วงหน้าดีดตัวสูงขึ้น กว่า 4% สู่ราคาสูงสุดเป็นสถิติใหม่
แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์จะออกนามในวงการน้ำมันปาล์มกล่าวว่า ข่าวการขยายมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันปาล์มครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดการณ์มาก่อน
ก่อนที่อินโดนีเซียใช้มาตรการครั้งใหม่นี้ การผลิตน้ำมันประกอบอาหารของโลกตึงตัวอยู่เเล้วเนื่องจากภัยเเล้งและการที่รัสเซียบุกยูเครนซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก
ที่มา: รอยเตอร์