ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ผลวิจัยชี้ แอนติบอดี้จากวัคซีนโควิด ส่งต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์  


FILE - A pregnant woman receives a vaccine for the coronavirus disease (COVID-19) at Skippack Pharmacy in Schwenksville, Pennsylvania, Feb. 11, 2021.

ผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่เผยแพร่โดยวารสารการแพทย์ American Journal of Obstetrics and Gynecology: Maternal-Fetal Medicine ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 จะส่งต่อแอนติบอดี้ต้านเชื้อโคโรนาไวรัสให้ทารกในครรภ์ได้

นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทย์กรอสแมน ของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก วิจัยเด็กทารกเกิดใหม่ 36 คนที่แม่ได้รับวัคซีนของไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาครบสองโดสก่อนให้กำเนิด และพบว่าเด็กทารกทุกคนมีแอนติบอดี้หลังคลอด

อย่างไรก็ตามแผลการศึกษาชิ้นนี้ไม่ได้ระบุว่าเด็กทารกเหล่านี้มีภูมิต้านทานต่อโรคโควิด-19 มากเท่าใด หรือจะมีภูมิต้านทานอยู่นานเพียงใด

นักวิทยาศาสตร์ยังพบด้วยว่า ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์พัฒนาแอนติบอดี้เพื่อตอบสนองต่อวัคซีนหรือการติดเชื้อ และส่งต่อแอนติบอดี้ไปยังทารกได้ผ่านทางสายสะดือหรือน้ำนม

ดร. แอชลีย์ โรแมน หนึ่งในทีมวิจัย ระบุว่า การศึกษาชิ้นนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนระหว่างตั้งครรภ์ และประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันทั้งแม่และเด็กจากอาการเจ็บป่วยร้านแรง

เมื่อเดือนที่แล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า หญิงตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยให้เหตุผลว่า มีหลักฐานที่แสดงถึงประโยชน์ของวัคซีนมากกว่าความเสี่ยงที่อาจได้รับ

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ Nature Communications ค้นพบว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 บางรายเกิด “ออโต้แอนติบอดี้” หรือแอนติบอดี้แบบทำลายตัวเอง ที่อาจกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเยื่อในร่างกายที่แข็งแรงดี จนอาจทำให้เกิดอาการป่วยจากภาวะอักเสบในร่างกาย หรือ inflammation

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดพบออโต้แอนติบอดี้ในตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ จากผู้ป่วยทั้งหมดเกือบ 150 คน ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยโรคโควิด-19 เทียบกับออโต้แอนติบอดี้ที่พบในตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี 15 เปอร์เซ็นต์ จากทั้งหมด 41 คน โดยนักวิจัยพบว่า แอนตีบอดี้ี้แบบทำลายตัวเองนี้อาจทำให้อาการของโรคโควิด- 19 แย่ลงได้


(ข้อมูลบางส่วนจากสำนักข่าว The Associated Press)

XS
SM
MD
LG