ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ: ต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์

Fighting Cybercrime

อาชญากรรมไซเบอร์และการก่ออาชญากรรมโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก การระบาดใหญ่ของโควิด-19 มีแต่ทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ข้อมูลของ FBI ระบุว่า นับตั้งแต่มีการแถลงการระบาดใหญ่ของโคโรนาไวรัส อาชญากรรมไซเบอร์ได้เพิ่มขึ้นราว 400%

การล่วงล้ำทางไซเบอร์กลายเป็นเรื่องที่พบเห็นบ่อยมากขึ้น อันตรายมากขึ้น และซับซ้อนมากขึ้น และมีการกำหนดเป้าหมายทั้งเครือข่ายภาคเอกชนและภาครัฐ บรรดาธุรกิจและบริษัทต่างๆ ตกเป็นเป้าหมายด้านความลับทางการค้า และข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ส่วนมหาวิทยาลัยและห้องปฏิบัติการทดลองต่าง ๆ ล้วนตกเป็นเป้าหมายด้านการวิจัยและการพัฒนา ในขณะที่ภาคเอกชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศรางวัลสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมหรือการตัดสินลงโทษชาวยูเครนที่ชื่อ อาร์เท็ม เวียเชสลาโนวิช ราดเชนโก (Artem Viacheslavovich Radchenko) และ โอเล็กซานเดอร์ วิทาลเยวิช เลเรเมนโก (Oleksandr Vitalyevich Ieremenko) ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมในอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

จากการตรวจสอบกิจกรรมต่าง ๆ ของพวกเขา พบว่านายราดเชนโก และนายเลเรเมนโก ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เจาะเข้าไปในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ และถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกงหลักทรัพย์ การโอนเงิน และการฉ้อโกงคอมพิวเตอร์ แฮกเกอร์ทั้งสองถูกฟ้องร้องทั้งหมด 16 ข้อหา จากข้อกล่าวหาว่าทั้งสองขโมยไฟล์ที่เป็นความลับหลายพันไฟล์ แล้วนำไปขายอย่างผิดกฎหมายเพื่อหากำไร นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ยังได้ฟ้องร้องนายเลเรเมนโก รวมทั้งบุคคลและหน่วยงานอื่น ๆ ในคดีแพ่งด้วย

รางวัลนำจับดังกล่าวอยู่ในโครงการรางวัลนำจับอาชญากรรมข้ามชาติของกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับโครงการรางวัลนำจับด้านยาเสพติด ซึ่งได้นำอาชญากรข้ามชาติจำนวน 75 คนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนับตั้งแต่โครงการเหล่านี้เริ่มมีขึ้นในปี ค.ศ. 1986

ข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ควรถูกส่งไปยังหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกา ทางอีเมลที่ Rewards@usss.dhs.gov ผู้ใดก็ตามที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของนายราดเชนโก และนายเลเรเมนโก หรือโครงการรางวัลอาชญากรรมข้ามชาติ สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.state.gov/artem-viacheslavovich-radchenko/

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ (Mike Pompeo) มีแถลงการณ์ว่า "อาชญากรไซเบอร์คือผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหรือไม่เคารพหลักนิติธรรมของประเทศใด ๆ และเมื่อการก่ออาชญากรรมของพวกเขาส่งผลไปทั่วโลก สหรัฐฯ ยินดีให้ความร่วมมือและการประสานงานกับรัฐบาลของทุกประเทศ เพื่อนำอาชญากรเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและเพื่อปกป้องพลเมืองผู้บริสุทธิ์ทั่วโลก"

"สหรัฐฯ มุ่งมั่นในความพยายามดังกล่าวผ่านโครงการรางวัลนำจับอาชญากรรมข้ามชาติของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำอาชญากรไซเบอร์และอาชญากรข้ามชาติอื่น ๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม"

บทบรรณาธิการ: รัฐมนตรีพอมเพโอกล่าวคำปราศรัยเรื่องเสรีภาพทางศาสนา

U.S. Secretary of State Mike Pompeo

ในการกล่าวคำปราศรัยครั้งล่าสุดเกี่ยวกับเสรีภาพทางศาสนาที่รัฐไอโอวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ไมค์ พอมเพโอ เรียกเสรีภาพทางศาสนาว่าเป็นเสรีภาพอันดับแรกของสหรัฐฯ อ้างอิงตามรัฐธรรมนูญ และว่าความเคารพอย่างสูงต่อสิทธิที่ไม่สามารถยึดครองได้นี้เป็นแนวทางในการบริหารงานของสหรัฐฯ

ปัจจุบัน เสรีภาพทางศาสนายังคงถูกคุกคามในหลายประเทศ รมต.พอมเพโอ ชี้ให้เห็นว่า สี่ในห้าของประชากรโลกไม่ได้มีความพึงพอใจกับเสรีภาพทางศาสนาอย่างเต็มที่

และเพื่อยกระดับสภาพการณ์สำหรับผู้แสวงหาเสรีภาพทางศาสนาในประเทศต่าง ๆ สหรัฐฯ ได้ใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่ในการจัดการ รวมถึการระบุชื่อประเทศที่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานนี้:

"สหรัฐฯ ต่อต้านสงครามด้านศาสนาในประเทศจีน การกักขังชาวอุยกูร์จำนวนมาก การตัดสินใจโดยที่ไม่คำนึงถึงพระผู้เป็นเจ้าในการแทนที่บัญญัติสิบประการของศาสนจักร ด้วยถ้อยคำของเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน สี จิ้นผิง"

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อความก้าวหน้าด้านเสรีภาพทางศาสนามาแล้วสองครั้ง ซึ่งมีบรรดาผู้นำประเทศและผู้นำทางศาสนาจากทั่วโลกมารวมตัวกันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของเสรีภาพทางศาสนา

รมต. พอมเพโอ กล่าวว่า อเมริกามุ่งมั่นที่จะปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐานของผู้คนทั่วโลก นี่เป็นมรดกอันน่าภาคภูมิใจของผู้ก่อตั้งประเทศ ซึ่งสร้างสหรัฐฯ ขึ้นมาด้วยความมุ่งมั่นที่จะรับประกันว่าคนอเมริกันมีสิทธิที่ได้มาแต่กำเนิด ตามที่ระบุไว้ในคำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ

"นโยบายต่างประเทศของประเทศของสหรัฐฯ ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจที่ตรงกัน นั่นคือความมุ่งมั่นที่ทำให้สหรัฐฯ เป็นดวงดาวแห่งอิสรภาพที่เจิดจรัสอยู่บนในโลกใบนี้ นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกสร้างขึ้นบนหินที่แข็งแรง ตามหลักการของข้อเท็จจริงที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ตอนที่ก่อตั้งประเทศนี้" รมต.พอมเพโอกล่าว

บทบรรณาธิการ: จีนเป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดต่อความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ

ตามบทบาทที่กำหนดไว้ในกฎบัตรขององค์กร

วอยซ์ ออฟ อเมริกา ต้องถ่ายทอดมุมมองที่หลากหลายในประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่บทบรรณาธิการที่แสดงนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ และบทความอื่นๆ เกี่ยวกับอุดมการณ์และสถาบันต่างๆ ของอเมริกา:

นายคริสโตเฟอร์ เวรย์ ผู้อำนวยการหน่วยงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ กล่าวในสุนทรพจน์ ที่สถาบัน Hudson Institute ไว้ว่า จีนเป็น “ภัยคุกคามระยะยาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ต่อความเเข็งเเกร่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงเเห่งชาติของสหรัฐฯ

เขากล่าวว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนดำเนินการหลายยุคสมัยในหลายระดับ เพื่อที่จะเป็นผู้นำโลกด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ

“แต่การต่อสู้นี้ของจีนมิได้กระทำผ่านนวัตกรรมที่ชอบธรรม และมิได้เป็นไปตามการเเข็งขันที่ยุติธรรรมและถูกกฎหมาย ส่วนประชาชนจีนก็มิได้รับเสรีภาพทางความคิดและเสรีภาพในการมีความคิดสร้างสรรค์ อย่างที่เราเห็นคุณค่าในสหรัฐฯ แต่ที่จีนกระทำเป็นความพยายามให้ได้มาซึ่งการเป็นมหาอำนาจของโลกแต่เพียงผู้เดียวโดยหนทางใดก็ได้ที่จำเป็น” คริสโตเฟอร์ เวรย์ กล่าว

เขากล่าวว่า จีนดำเนินการสอดเเนมทางเศรษฐกิจ เจาะล้วงระบบข้อมูล ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา ให้สินบน และเปิดเผยข้อมูลที่ให้ร้าย และบังคับผู้อื่นในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่จะส่งอิทธิพลต่อนโยบายสหรัฐฯ บิดเบือนการหารือที่เปิดเผย และบั่นทอนความมั่นใจในกระบวนการและค่านิยมที่เป็นประชาธิปไตยของสหรัฐฯ

ผู้อำนวยการเอฟบีไอย้ำว่า การกระทำที่ประสงค์ร้ายและเป็นอันตรายต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นฝีมือของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

“เรื่องนี้มิได้เกี่ยวกับประชาชนชาวจีน และเเน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับคนอเมริกันเชื้อสายจีน เป็นเวลาหลายชั่วอายุคนที่คนเหล่านี้เดินทางมาสหรัฐฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งเสรีภาพต่อพวกเขาและครอบครัวของพวกเขา และสังคมอเมริกันของเราดีขึ้นได้เพราะสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อสังคมของเรา”

นายคริสโตเฟอร์ เวรย์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน กระทำการอย่างไม่ละะอาย ที่จะละเมิดบรรทัดฐานที่มีมายาวนาน และหลักกฎหมาย

เขาเรียกโครงการต่อต้านคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดี สี จินผิง ว่า คือการ “ล่าสุนัขจิ้งจอก” ที่ มุ่งเป้าไปที่ชาวจีนที่อยู่นอกประเทศ เช่น ผู้ที่เป็นคู่แข่งทางการเมือง นักเคลื่อนไหว และผู้เห็นต่างที่ต้องการเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศจีน ตัวอย่างเช่น จีนเคยขู่บุคคลรายหนึ่งให้กลับมายังประเทศจีน หรือให้ปลิดชีพตนเอง

ผู้อำนวยการเอฟบีไอ กล่าวว่า การกระทำของรัฐจีนอย่างเต็มรูปแบบควรได้รับการตอบโต้อย่างเดียวกัน “การเผชิญหน้ากับจีนอย่างได้ผล ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ควรทำธุรกิจกับจีน แต่หมายความว่าเมื่อจีนละเมิดกฎหมายอาญาและบรรทัดฐานของนานาชาติ เราไม่ควรอดทนต่อเหตุการณ์เหล่านั้น เอฟบีไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้จีนรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะปกป้องนวัตกรรม แนวทางความคิดและรูปแบบการดำเนินชีวิตของสหรัฐฯ ด้วยความร่วมมือจากชาวอเมริกันที่ช่วยกันสอดส่องเหตุการณ์ต่าง ๆ”

ท่านสามารถเข้าไปอ่านบทบรรณาธิการที่เป็นภาษาอังกฤษ ของเราได้ที่ https://editorials.voa.gov

และรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทขององค์กร U.S. Agency for Global Media ผ่านคลิปวิดีโอ

ถ้าสามารถแสดงความคิดเห็นและคำถามมาได้ที่ editorials@voanews.com

หรือเขียนจดหมายส่งมาที่

Editorials

The Voice Of America

330 Independence Avenue, SW

Room 2137

Washington, D.C. 20237

XS
SM
MD
LG