ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เวียดนามเตรียมตัวรับมือรถยนต์จำนวนมากขึ้นแทนที่จักรยานยนต์


please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:23 0:00

เเม้ว่าเวียดนามจะมีจำนวนจักรยานยนต์เกือบหนึ่งคันต่อประชากรสองคน แต่ปัจจุบัน ชาวเวียดนามเริ่มหันมาขับรถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้น

รถยนต์ยี่ห้อ VinFast เป็นจุดผันตัวของเวียดนามที่กำลังเร่งผลิตรถยนต์ของตนเองออกสู่ตลาดท้องถิ่นเเละต่างประเทศ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของหลายคนว่า เวียดนามพร้อมเเล้วหรือยังที่จะกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยรถยนต์ส่วนตัว ซึ่งสร้างปัญหาการจราจรที่คับคั่งตามมา

อย่างไรก็ตาม รถยนต์กำลังจะเข้าไปครองท้องถนนของเวียดนามอย่างหลักเลี่ยงไม่ได้ บริษัทฟอร์ด ผู้ผลิตรถยนต์อเมริกัน บอกว่ายอดขายในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นอย่างมากในเวียดนาม โดยขายได้ถึง 3,466 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และเมื่อเร็วๆนี้ บริษัทฟอร์ดได้เเนะนำรถยนต์รุ่นใหม่อีกสามรุ่นเเก่ตลาดเวียดนาม

Pham Van Dung ผู้อำนวยการจัดการแห่งบริษัท Ford Vietnam กล่าวว่า ปี พ.ศ. 2561นี้ ทางบริษัททำยอดขายในเวียดนามได้ดีทีเดียว รวมทั้งความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่

สาเหตุหลายอย่างของการเติบโตของธุรกิจรถยนต์ในเวียดนามนี้ รวมทั้งรายได้ต่อปีที่สูงขึ้นของชาวเวียดนาม เช่นเดียวกับภาษีที่ต่ำ โดยรัฐบาลเวียดนามปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไปอยู่ที่ศูนย์ตอนต้นปีที่เเล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างชาติสมาชิกสมาคมอาเซียน (Association of Southeast Asia Nations)

ทำให้คาดการณ์กันว่าจะมีรถยนต์นำเข้าไปในเวียดนามจำนวนมากเพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าหากผลิตในไทย อินโดนีเซีย หรือประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค หากไม่มีการลดภาษีดังกล่าว ราคารถยนต์นำเข้าจะสูงเท่าตัว

ข้อมูลตัวเลขในเดือนกันยายนชี้ว่า มีการนำเข้ารถยนต์ในเวียดนามเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ในปี พ.ศ. 2561 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

การนำเข้ารถยนต์เพิ่มขึ้นนี้ทำให้มีโอกาสสูงที่เมืองใหญ่ที่สุดของเวียดนาม อาทิ กรุงฮานอย เเละเมืองโฮจิมินห์ จะเจอกับสภาพการจราจรที่แออัดในอนาคตอันใกล้เเบบเดียวกับกรุงเทพฯ กรุงจาการ์ต้า หรือกรุงมะนิลา

แต่หากชาวเวียดนามไม่ขับรถรถยนต์ส่วนต้ว คนเหล่านี้จำเป็นต้องมีทางเลือกอื่นในการเดินทาง หลายคนต้องพึ่งรถบัสประจำทาง เเต่รถบัสที่มีบริการก็เก่าแก่เเละคนขับรถมักไม่จอดรถตามป้ายที่ควรจอด

กรุงฮานอยกำลังเตรียมเปิดตัวระบบรถไฟใต้ดินหรือ subway ในปีใหม่นี้เเต่เมืองโฮจิมินห์ประสบกับความล่าช้าของโครงการนี้มาหลายครั้ง

คาดว่าชาวเวียดนามจะซื้อรถยนต์ส่วนตัวขับกันมากขึ้นอย่างมากในไม่กี่ปีจากนี้ แต่ถนนหนทางที่คับเเคบไปจนถึงการขาดเเคลนสะพาน ระบบโครงสร้างพื้นฐานของเวียดนามที่เก่าแก่ ไม่พร้อมที่จะรองรับรถยนต์จำนวนหลายล้านคันที่จะออกมาโลดเเล่นตามท้องถนน

เเละในชาติที่มีประชากรเกือบ 100 ล้านคน เวียดนามกลัวว่าจะกลายเป็นหนึ่งในชาติที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดจากภาวะโลกร้อน เพราะเวียดนามมีเเนวชายฝั่งทะเล เเละปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทำให้น้ำเค็มไหลเข้าท่วมที่ดินทำกินในบริเวณลุ่มน้ำตามแนวชายฝั่งเเละเข้าท่วมเมืองต่างๆ

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG