ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เส้นทางคืนสู่ทำเนียบขาวของ 'ทรัมป์' ในปี 2020 พาดผ่านกำแพงที่ชายแดน


President Donald Trump waves as he leaves a campaign rally, June 20, 2018, in Duluth, Minn.

ส่วนพรรคเดโมแครตมองกำแพงกั้นพรมแดนว่าเป็นประเด็นทางศีลธรรม มนุษยธรรม และสิทธิมนุษยชน

please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:40 0:00

วาทกรรมและการกล่าวโทษซึ่งกันและกันเรื่องการปิดรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในขณะนี้ เหมือนเป็นการซ้อมใหญ่สำหรับการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี พ.ศ. 2563

โดยขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ความพยายามเพื่อสร้างมติมหาชนด้วยการกล่าวปราศรัยจากทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา อ้างเหตุผลความจำเป็นเรื่องวิกฤติด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงแห่งชาติที่ทำให้ต้องมีกำแพงกั้นพรมแดนด้านเม็กซิโก และกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าไม่ยอมรับปัญหา และไม่ยอมร่วมมือเพื่อจัดหาทรัพยากรที่จำเป็นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ชายแดนนั้น

พรรคเดโมแครตเองก็ยืนหยัดคัดค้านการสร้างกำแพง โดยเชื่อว่าประธานาธิบดีทรัมป์กำลังใช้ประเทศชาติเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับสิ่งที่ตนเคยให้สัญญาไว้ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง คือกำแพงกั้นชายแดนด้านเม็กซิโก ที่เม็กซิโกจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

เมื่อคืนวันอังคาร หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยจากทำเนียบขาวแล้ว วุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ของพรรคเดโมแครต ในฐานะผู้นำพรรคเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา ได้กล่าวโต้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาศัยฉากหลังของทำเนียบขาวเพื่อสร้างปัญหาวิกฤติขึ้นเอง รวมทั้งเพื่อสร้างความหวาดกลัวและเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาความปั่นป่วนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์ลาร์รี ซาบาโต นักวิเคราะห์การเมืองของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐเวอร์จิเนีย ได้ชี้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อาศัยการชูประเด็นและคำมั่นสัญญาเรื่องกำแพง รวมทั้งเรื่องผู้อพยพข้ามพรมแดนทำให้ได้รับเลือกตั้ง และขณะนี้ก็กำลังถูกกดดันจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมให้ต้องทำตามคำมั่นสัญญา เพราะมิฉะนั้นแล้ว ก็อาจไม่ได้รับความสนับสนุนจากกลุ่มที่เป็นฐานเสียงสำคัญของตนสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

แต่ขณะเดียวกัน เรื่องคนเข้าเมืองก็เป็นประเด็นสำคัญของพรรคเดโมแครต ซึ่งคัดค้านการสร้างกำแพงที่แนวพรมแดนด้วยเหตุผลด้านศีลธรรม รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับนโยบายการปฏิบัติอย่างแข็งกร้าวของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อครอบครัวผู้อพยพ และการแยกเด็กเล็กออกจากพ่อแม่ด้วย โดยมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นด้านมนุษยธรรมกับสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เพียงแค่ปัญหาความมั่นคงที่พรมแดนเท่านั้น

ผลการสำรวจความเห็นของ POLITICO/Morning Consult แสดงว่าขณะนี้ 47% ของคนอเมริกันกล่าวโทษประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการปิดรัฐบาลกลาง ขณะที่ 33% กล่าวโทษพรรคเดโมแครต

47% ของคนอเมริกันก็คัดค้านเรื่องการสร้างกำแพง ขณะที่ 44% ให้ความสนับสนุน

แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า ในแง่ของกลยุทธ์เกมการเมืองแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังมองว่าเส้นทางสู่ชัยชนะของตนเพื่อกลับคืนสู่ทำเนียบขาวอีกครั้งในปี 2563 นั้น เป็นเส้นทางที่ต้องพาดผ่านกำแพงชายแดนดังกล่าว

แต่พรรคเดโมแครตรวมทั้งอีกหลายคนที่พร้อมจะลงสมัครท้าทายตำแหน่งจากประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ดูจะมุ่งมั่นเพื่อปฏิเสธชัยชนะทางการเมืองในเรื่องนี้ ในขณะที่ฤดูการแข่งขันเพื่อชิงทำเนียบขาวรอบใหม่กำลังเปิดพร้อมสำหรับทุกคนที่สนใจ

XS
SM
MD
LG