ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหรัฐฯ เตรียมส่ง 'เอฟบีไอ' เข้าร่วมสืบสวนเหตุระเบิดใหญ่ที่เลบานอน


A rescue team surveys the site of this week's massive explosion in the port of Beirut, Lebanon, Aug. 7, 2020.

เจ้าหน้าที่ระดับสูงทางการทูตของสหรัฐฯ เดวิด เฮล (David Hale) กล่าวที่กรุงเบรุตในวันพฤหัสบดีว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเข้าร่วมกับเลบานอนและคณะเจ้าหน้าที่จากหลายชาติ ในการสืบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 170 คน บาดเจ็บอีกหลายพันคน

รองรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการการเมือง เดวิด เฮล เดินทางเยี่ยมเยือนพื้นที่ที่เกิดความเสียหายอย่างหนักจากแรงระเบิด และกล่าวว่า เอฟบีไอจะเข้าช่วยในการสืบสวนเหตุการณ์นี้ตามคำเชิญของรัฐบาลเลบานอน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีที่สหรัฐฯ จะสามารถช่วยเหลือเลบานอนได้

U.S. Undersecretary of State for Political Affairs David Hale, center, gives a thumbs up to volunteers as he visits the main gathering point for NGO volunteers, near the site of last week's explosion that hit the seaport of Beirut, Lebanon, Aug. 13, 2020.
U.S. Undersecretary of State for Political Affairs David Hale, center, gives a thumbs up to volunteers as he visits the main gathering point for NGO volunteers, near the site of last week's explosion that hit the seaport of Beirut, Lebanon, Aug. 13, 2020.

รองรัฐมนตรีเฮล จะพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเลบานอนในช่วงสองวันข้างหน้า โดยจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการปฏิรูปทางการเมืองในเลบานอน

ในวันพฤหัสบดี รัฐสภาเลบานอนจัดประชุมเป็นครั้งแรกหลังเหตุระเบิดใหญ่ ขณะที่กำลังมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลาสองสัปดาห์สืบเนื่องจากการระเบิดและการประท้วงของประชาชนในกรุงเบรุต โดยประธานรัฐสภาเลบานอน นาบีห์ เบอร์รี เรียกร้องให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรี ฮัสซัน ดิอับ ประกาศยืนยันการลาออกพร้อมคณะรัฐมนตรีผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ระบุว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่เมื่อใด โดยรัฐสภาเลบานอนรับรองการลาออกดังกล่าว

เหตุระเบิดที่กรุงเบรุตนี้ เชื่อกันว่ามีสาเหตุมาจากไฟที่ปะทุที่คลังสินค้าจัดเก็บสารแอมโมเนียมไนเตรท จำนวน 2,750 ตัน ซึ่งอยู่ที่คลังสินค้าที่เกิดเหตุมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013

มีการประเมินว่า ความเสียหายจากเหตุการณ์นี้น่ามากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะทำให้มูลค่าผลผลิตมวลรวมของประเทศหายไปราว 25%

XS
SM
MD
LG