ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักเรียน ม.ปลายสหรัฐฯ เสี่ยงไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยท่ามกลางโควิดระบาด


In this June 27, 2020, file photo, Saltillo High School seniors make their way to the football field as the sun begins to set for their graduation ceremony in Saltillo, Mississippi.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:03 0:00

จำนวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในสหรัฐฯ ที่ต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางในเรื่องค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัย ลดลงอย่างมาก หลังจากที่โรงเรียนต่างๆ ปิดการเรียนการสอบเมื่อฤดูใบไม้ผลิต้นปีที่ผ่านมา

การปิดโรงเรียนเพราะการระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้นักเรียนมัธยมปลายที่กำลังจะจบการศึกษาไม่มีโอกาสได้เข้าพบอาจารย์ที่ปรึกษาฝ่ายแนะแนว ในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายครอบครัวที่ประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจกำลังเริ่มพิจารณาแผนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้แก่บุตรหลานของตน

ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโคโรนาไวรัส จำนวนผู้สมัครขอรับความช่วยเหลือด้านค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยลดลงเกือบครึ่ง เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้านี้

สำนักข่าว AP ศึกษาข้อมูลดังกล่าวและพบว่า จำนวนที่ลดลงนั้นส่วนใหญ่เกิดจากนักเรียนที่อยู่ในเขตรายได้ต่ำ ส่งใบสมัครศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยน้อยลง

และแม้โรงเรียนต่างๆ จะมีโครงการกระตุ้นให้นักเรียนยื่นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางเพื่อศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย แต่จำนวนนักเรียนที่สมัครขอความช่วยเหลือก็ยังคงลดลงจากเมื่อปีที่แล้ว

เรื่องดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาของสหรัฐฯ พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า นักเรียนนับหมื่นคนอาจเลือกที่จะชะลอหรือยกเลิกความตั้งใจในการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในช่วงที่เกิดการระบาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อหน้าที่การงานของพวกเขาในอนาคต

David Nieslanik ครูใหญ่โรงเรียนมัธยม Southridge High School ที่เมืองลีเวอร์ตัน รัฐโอเรกอน กล่าวว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้เลือกที่จะหางานทำแทน และปิดประตูการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของตน และว่ามีเพียงนักเรียนจากครอบครัวที่รายได้สูงกว่าที่ขอความช่วยเหลือด้านการเงินหลังจากที่ทางโรงเรียนเปลี่ยนไปสอนหนังสือแบบออนไลน์

การที่จะได้รับความช่วยเหลือ FAFSA หรือ Free Application for Federal Student Aid นักเรียนต้องกรอกใบสมัครเพื่อที่จะได้รับการพิจารณาความช่วยเหลือด้านการเงินสำหรับการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลพบว่า นักเรียนที่กรอกใบสมัคร FAFSA จนเสร็จสมบูรณ์นั้นมีแนวโน้มที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

และผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือก็มีแนวโน้มที่จะศึกษาในมหาวิทยาลัยจนจบ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว AP พบว่า ในช่วง 4 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม จำนวนใบสมัครที่กรอกเสร็จสมบูรณ์นั้นลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยการลดลงนี้เกิดขึ้นมากที่สุดในโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่ม Title I ซึ่งหมายถึงโรงเรียนรัฐบาลที่มีนักเรียนจำนวนมากอยู่ในครอบครัวรายได้น้อย

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วิกฤตด้านสาธารณสุขจากโควิด-19 นี้ ส่งผลกระทบต่อการลดลงของนักเรียนที่สมัครขอรับความช่วยเหลือโดยหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น นักเรียนขาดการติดต่อกับครูที่ปรึกษาซึ่งมักจะเป็นผู้ให้คำแนะนำตลอดกระบวนการการช่วยเหลือทางการเงินที่มีความซับซ้อน นอกจากนี้ หลายครอบครัวที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้มักจะมีปัญหาเรื่องการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ และเมื่อเศรษฐกิจแย่ลง นักเรียนบางคนก็ต้องหางานทำและหยุดแผนการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยไว้ชั่วคราว เป็นต้น

XS
SM
MD
LG