ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

โพลล์ชี้ 'ทรัมป์' ถือไพ่เหนือ 'ไบเดน' ในด้านเศรษฐกิจ


FILE - In this combination of file photos, former Vice President Joe Biden speaks in Wilmington, Del., on March 12, 2020, left, and President Donald Trump speaks at the White House in Washington on April 5, 2020.

ผลสำรวจคะแนนนิยมทั่วประเทศในช่วงที่ผ่านมา ต่างชี้ให้เห็นว่า อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีคะแนนเหนือกว่าคู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ประมาณ 6-7 จุด

อย่างไรก็ตาม ต่อคำถามที่ว่า ผู้สมัครคนไหนที่จะสามารถรับมือกับปัญหาทางเศรษฐกิจในปัจจุบันได้ดีที่สุด ดูเหมือนประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงได้เปรียบนายไบเดนอยู่ในเรื่องนี้

ผลสำรวจของ CNN เมื่อกลางเดือนที่แล้ว ระบุว่า 53% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเชื่อว่าประธานาธิบดีทรัมป์คือผู้สมัครที่ดีกว่าเมื่อมองในด้านเศรษฐกิจ เทียบกับ 45% ที่เชื่อว่านายไบเดนสามารถบริหารเศรษฐกิจได้ดีกว่า

และเมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ ผลสำรวจจาก CNN ชี้อีกครั้งว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เหนือกว่าเพียงเล็กน้อย คือ 49% - 48% ขณะที่ผลสำรวจของ CBS News และมหาวิทยาลัย Quinnipiac ต่างชี้ว่าผู้สมัครทั้งสองคนได้รับความเชื่อมั่นพอ ๆ กันในด้านเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ อาศัยยุทธศาสตร์การหาเสียงที่เน้นผลงานเศรษฐกิจที่ผ่านมาของตนเองในช่วงก่อนการระบาดของโคโรนาไวรัส พร้อมเตือนว่าไม่มีใครที่จะสามารถรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ได้ดีกว่าตน ขณะเดียวกันก็โจมตีนายไบเดนว่ามีแนวคิดเอียงซ้าย และต้องการนำระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมมาใช้ซึ่งจะสร้างความหายนะให้กับเศรษฐกิจอเมริกัน

แต่ทางนายไบเดนเองก็กล่าวโจมตีการบริหารเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยระบุไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หากผู้นำสหรัฐฯ ทำงานได้ดีกว่านี้ เศรษฐกิจก็คงไม่แย่ขนาดนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณานโยบายเศรษฐกิจของผู้สมัครทั้งสองคนจะเห็นว่ามีความแตกต่างกันตามนโยบายหลักของทั้งสองพรรค กล่าวคือ ในขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอให้มีการลดภาษีมากขึ้นและลดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลนำมาใช้ ทางด้านนายไบเดนได้เสนอให้มีการขึ้นภาษีสำหรับคนรายได้สูงและภาคธุรกิจ รวมทั้งเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐในส่วนของสวัสดิการสังคมและโครงการสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ

แต่ในส่วนที่คล้ายกันคือ ผู้สมัครทั้งสองคนต่างเสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจเพื่อให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ มากกว่าการย้ายแหล่งการผลิตไปต่างประเทศเพื่อจ้างงานต่างชาติที่มีค่าจ้างถูกกว่า เป็นต้น

XS
SM
MD
LG