ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'ยุบพรรคอนาคตใหม่' เป็นตัวอย่างประชาธิปไตยที่ถดถอยทั้งในกลุ่มอาเซียนและทั่วโลก


FILE - Thanathorn Juangroongruangkit, leader of the Future Forward Party flashes a three finger salute to his supporters as he leaves a police station after hearing a sedition complaint filed by the army in Bangkok, Thailand, Apr. 6, 2019.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:06 0:00

หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคอนาคตใหม่แล้ว ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองหลายคนชี้ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเหมือนสัญญาณล่าสุดที่แสดงถึงการถอยหลังของประชาธิปไตยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยนักวิเคราะห์บางคนมองว่า คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้เท่ากับการผลักให้ประเทศไทยกลับไปสู่ยุคของการเมืองสีเสื้ออีกครั้งหนึ่ง

อย่างเช่นคุณฟรานซิส คาสโตร สมาชิกสภานิติบัญญัติของฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่าพรรคอนาคตใหม่นับเป็นตัวอย่างล่าสุดของบรรดาพรรคการเมืองต่าง ๆ ในประเทศไทยที่ถูกคำสั่งให้ยุบพรรค และว่าเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดว่าพรรคการเมืองใดก็ตามซึ่งพยายามสั่นคลอนการครอบงำของกองทัพและกลุ่มผู้ที่มีอำนาจอยู่ในปัจจุบันจะไม่ได้รับการยกเว้น

ส.ส.ของฟิลิปปินส์ผู้นี้ยังเสริมด้วยว่า คำวินิจฉัยครั้งล่าสุดของศาลรัฐธรรมนูญของไทยนับเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผู้นำกองทัพไทยยังไม่ยอมมอบคืนอำนาจบางส่วนให้กับประชาชนตามที่ได้ให้สัญญาไว้

Supporters of Thailand's Future Forward Party display placards denouncing a decision by the country's Constitutional Court to dissolve the party, in Bangkok, Thailand, Feb. 21, 2020.
Supporters of Thailand's Future Forward Party display placards denouncing a decision by the country's Constitutional Court to dissolve the party, in Bangkok, Thailand, Feb. 21, 2020.

ส่วนผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองคนอื่นก็มองว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้วซึ่งหลายคนหวังว่าจะเป็นการปูทางให้ไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบการมีตัวแทนในสภานั้น ถูกออกแบบขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายทหารเท่านั้น

นายอาเบล ดาซิลวา สมาชิกรัฐสภาของติมอร์เลสเต้ มองว่าคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญได้ลงโทษพรรคอนาคตใหม่รุนแรงเกินกว่าฐานความผิดตามที่มีการอ้างเหตุผลในคำวินิจฉัย และว่า ดูเหมือนว่าพรรคอนาคตใหม่ถูกลงโทษในลักษณะดังกล่าวเพราะเป็นพรรคการเมืองที่ท้าทายอำนาจของพรรครัฐบาล

ส่วนกลุ่ม Asean Parliamentarians for Human Rights หรือกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการทำ "นิติสงคราม” ซึ่งรัฐบาลของหลายประเทศในสมาคมอาเซียนได้ใช้กฎหมายเพื่อปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง

โดยกลุ่มดังกล่าวได้ยกตัวอย่างการที่พรรค CNRP พรรคฝ่ายค้านสำคัญในกัมพูชาถูกสั่งยุบ และสมาชิกของพรรคก็ถูกตั้งข้อหาซึ่งไม่มีมูล หรืออย่างเช่นในฟิลิปปินส์ ซึ่งนักการเมืองฝ่ายค้านผู้วิพากย์ตำหนิประธานาธิบดีดูแตร์เต้ โดยเฉพาะนโยบายปราบปรามยาเสพติดของผู้นำฟิลิปปินส์ก็ถูกจำคุกหรือถูกตั้งข้อหาอาญาในคดีที่มีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

สำหรับความเห็นจากนักรัฐศาสตร์ภายนอกภูมิภาคนั้น คุณสตีเวน เลวิสกี้ กับคุณเดเนียล ซีบล๊าท สองนักรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสหรัฐฯ ตั้งข้อสังเกตว่า การปฏิวัติเมื่อปี 2557 เพื่อล้มรัฐบาลของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้นำพาประเทศไทยเข้าสู่กลุ่มซึ่งประกอบด้วยประเทศเผด็จการหลายประเทศ เช่น ฮังการีและอียิปต์

และในหนังสือชื่อ How Democracies Die หรือ "ระบอบประชาธิปไตยได้ล้มตายไปอย่างไร" ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 2561 นั้น นักรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดทั้งสองได้ยกตัวอย่างการยึดอำนาจในประเทศไทย รวมทั้งการใช้อำนาจในทางที่ผิดของผู้ปกครองซึ่งแอบอ้างความเป็นประชาธิปไตยในบางประเทศ เช่น ตุรกีและโปแลนด์ ว่าล้วนแต่เป็นเครื่องยืนยันว่าขณะนี้ระบอบประชาธิปไตยกำลังอยู่ในสภาวะที่ก้าวถอยหลังทั่วโลก

XS
SM
MD
LG