ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทูตไทยในวอชิงตันเผยเบื้องหลังดีลวัคซีนกับสหรัฐฯ


Thailand Ambassador to the United States of America, Manasvi Srisodapol talks to VOA Thai during an interview at the Royal Thai Embassy in Washington, D.C. on July 30, 2021.

เอกอัครราชทูตไทยในสหรัฐฯเผยเบื้องหลังการประสานงานเพื่อเข้าถึงวัคซีนโควิด-19ทั้งในส่วนจัดซื้อ -รับบริจาค เผยใช้ทุกช่องทางตลอดหลายเดือน โดยเฉพาะทำงานอย่างใกล้ชิดกับ 'ส.ว.แทมมี' ซึ่งมีส่วนในความช่วยเหลือจนได้รับวัคซีนเพิ่มเติมจากวัคซีนล็อตแรกที่เดินทางถึงไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

please wait

No media source currently available

0:00 0:06:10 0:00


หลังจากที่ พ.ท.หญิง แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เชื้อสายไทย ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกถึงความชัดเจนของจำนวนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่สหรัฐฯ ได้อนุมัติความช่วยเหลือส่งให้ไทยเพิ่มจากจำนวน 1.5 ล้านโดส เป็น 2.5 ล้านโดส เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ในระหว่างงานเสวนาออนไลน์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยสหรัฐฯ ที่จัดโดย สถานเอกอัครราชทูตไทย ร่วมกับ ศูนย์อีสต์เวสต์ (East West Center) องค์กรวิชาการ ในกรุงวอชิงตัน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในความร่วมมือที่เกิดขี้น

The United States has just donated 1.5 million doses of Pfizer’s COVID-19 vaccine to Thailand
The United States has just donated 1.5 million doses of Pfizer’s COVID-19 vaccine to Thailand

ทูตไทย เผยเบื้องหลัง ดีลวัคซีนโควิด-19 ล็อตแรก

นายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน เปิดเผยกับ ‘วีโอเอ ไทย’ ถึงเบื้องหลังการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เพิ่มเติมจากจำนวน 1.5 ล้านโดส ว่า ได้รับแจ้งข่าวดีจาก วุฒิสมาชิกเชื้อสายไทย แทมมี ดักเวิร์ธ มาก่อนหน้านี้ ในเวลาไล่เลี่ยกับการได้รับแจ้งจากทำเนียบขาว

“ทางสถานทูตฯ ได้รับข่าวดีจากทางทำเนียบขาวโดยตรงว่าเขาจะให้บริจาควัคซีนในไทยเดิมทีที่ 1.5 ล้านโดส หลังจากนั้นพอเขาประกาศเราก็เริ่มหารือเพื่อที่จะลำเลียงวัคซีนเหล่านั้นไปเมืองไทยอีกสักพักหนึ่ง ท่าน ส.ว. แทมมี (แทมมี ลัดดา ดักเวิร์ธ) ก็โทรมาหาผม ท่านก็แจ้งข่าวว่า ในนามของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทางสหรัฐมีความห่วงใยกับประชาชนคนไทย ถือว่าเป็นมิตรเก่าแท้ของสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นเขาก็จะขอเพิ่มวัคซีนให้เราเองอีกต่างหากอีก 1 ล้าน ก็โดยรวมแล้วก็เป็น 2.5 ล้านล็อตแรก 1.5 ล้านก็ไปถึงเมืองไทยแล้วสัปดาห์นี้ แล้วก็หาล็อตที่ 2 เราก็กำลังประสานกับทางทำเนียบขาวอยู่เพื่อให้เขาเร่งรัดให้รีบส่งให้เมืองไทย” นาย มนัสวี​ บอกกับ 'วีโอเอ ไทย'

Thailand Ambassador to the United States of America, Manasvi Srisodapol talks to VOA Thai during an interview at the Royal Thai Embassy in Washington, D.C. on July 30, 2021.
Thailand Ambassador to the United States of America, Manasvi Srisodapol talks to VOA Thai during an interview at the Royal Thai Embassy in Washington, D.C. on July 30, 2021.

ประสานสิบทิศ ทั่วสหรัฐฯ เพื่อเข้าถึงวัคซีน

เอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ทำงานอย่างหนัก ในทุกช่องทางที่เป็นไปได้ในการประสานกับหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เพื่อเจรจาเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของทุกประเทศทั่วโลก

“ทางสถานทูตเองที่ผ่านมาเราเราเกือบจะเรียกว่าทุกวัน ประสานกับทั้งฝ่ายบริษัทโดยตรง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและทำเนียบขาวกับกระทรวงต่างประเทศ และกับ ส.ส. (สมาชิกสภาผู้แทน) และ ส.ว (สมาชิกวุฒิสภา) ของสหรัฐฯ เพื่อผลักดันให้เขา ให้ประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยเข้าถึงวัคซีนเหล่านี้ได้เพราะมันจะเป็นคำตอบในหลายเรื่อง ทั้งในเรื่องของสาธารณสุขและก็ในเรื่องของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มันกระทบทั่วโลก เราก็พยายามเต็มที่นะ และที่สำคัญก็คือเราก็สนับสนุนให้ชุมชนไทยก็พยายามสื่อกับทางนักการเมืองของสหรัฐฯ ให้ช่วยนึกถึงประเทศไทยให้เป็นผลักดันกับทางรัฐบาลสหรัฐฯ อีกทางหนึ่งด้วย”

“วิธีที่จะเข้าถึงฝ่ายรัฐบาลสหรัฐฯ เนี่ยมันก็ไม่ใช่แค่แค่ข้าราชการด้วยกันเองมันก็ต้องไปถึงกลุ่มต่างๆ ภาคเอกชน เข้าถึงภาคสถาบันวิชาการซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการส่งข้อมูลให้กับทางสภา หรือให้กับทางรัฐบาล เราก็เห็นว่าการที่ผมไปพบกับฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายรัฐสภาไม่เพียงพอ เราต้องพยายามหาแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งของไทยกับของสหรัฐฯ ที่จะช่วยโน้มน้าวรัฐบาลในการในการเดินหน้าความร่วมมือระหว่างไทยกับสหรัฐฯ

ลุ้นขอรับวัคซีน 20 ล้านโดสเร็วกว่ากำหนด

นายมนัสวี กล่าวต่อไปว่า วัคซีนที่ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ในจำนวนดังกล่าว ไม่ใช่ส่วนเดียวกับวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดสที่รัฐบาลไทยได้ลงนามจัดซื้อและมีกำหนดส่งมอบในไตรมาสที่ 4 หรือในปลายปีนี้ โดยทางสถานทูตกำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะขอให้มีการส่งมอบได้เร็วขึ้นหากเป็นไปได้ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย

ในขณะเดียวกันเราก็วิงวอนทางรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ช่วยเร่งส่งวัคซีนที่เราขอซื้อ ให้มันเร็วขึ้น ให้มันทันกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่มันเกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งแล้วเราก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นเราก็ยังอาศัยเครือข่ายเพื่อนประเทศไทย (Friends of Thailand) บุคคลที่เรารู้จักชาวสหรัฐฯ ที่เรารู้จักที่เขามีเส้นสายต่างๆ ให้เขาช่วยรณรงค์ให้ประเทศไทยอีกรอบหนึ่ง..

pfizer
pfizer

..อันนี้ก็เราก็ต้องชมพวกบริษัทอเมริกาที่อยู่ในเมืองไทยเพราะเขาก็มีความเป็นห่วงต่อธุรกิจของเขาด้วย ต่อคนงานของเขาด้วยก็เราก็ใช้ทุกรูปแบบ ที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งตอนนี้ก็เป็นเรื่องของการเข้าถึงวัคซีนที่เราลงนามสัญญาสั่งซื้อว่าถ้าเราได้เร็วขึ้นช่วยบรรเทาบรรเทาสถานการณ์ได้” นายมนัสวี กล่าว

..คือก่อนหน้านี้ทางทูตอาเซียนกับทำเนียบขาวก็มีการปฏิสัมพันธ์กันเกือบจะทุก 2 สัปดาห์ 3 สัปดาห์ต่อเดือนก็มีความใกล้ชิดผ่าน แต่นี่ผ่านวงของทูตอาเซียน 10 ประเทศเราก็ตอกย้ำเรื่องการเข้าถึงและซีนของเขาเขาก็บอกว่าเนี่ยเมื่อการผลิตเริ่มเพิ่มขึ้นเนี่ยเขาก็จะหาทางเพิ่มความช่วยเหลือทางด้านวัคซีนให้กับโลกอีกอีกรอบนึงนะ เพราะฉะนั้นขอให้ใจเย็นๆ แล้วก็แล้วก็เดี๋ยวเขาก็จะประกาศออกมาเป็นระยะๆ…”

เดินหน้าผลักดันไทยเป็นฐานการผลิตวัคซีนร่วมสหรัฐฯ

นอกจากนี้ทางสถานเอกอัครราชทูตไทย มองไปถึงความร่วมมือในขั้นต่อไปที่จะพัฒนาและเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหรือองค์กรด้านการวิจัยของไทย กับ บริษัทเอกชนในสหรัฐฯ ในการตั้งฐานการผลิตวัคซีนหรือเวชภัณฑ์เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในประเทศไทย

“เราได้ติดต่อกับทุกบริษัทวัคซีนของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขอซื้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร่วมกันวิจัยและผลิตวัคซีน ซึ่งก็เดินหน้าไปต่อไป ตอนนี้แล้วก็พยายามจับเชื่อมโยง องค์การ หรือสถาบันหรือบริษัทต่างๆ ที่มีความชำนาญ ที่จะสามารถมาช่วยเป็นพันธมิตรในการผลิตวัคซีนในประเทศไทยแล้วก็ทางกรุงเทพฯ เองก็ได้มีการติดต่อโดยตรงกับบริษัทเหล่านี้ที่มีตัวแทนอยู่ในเมืองเมืองไทย..

“ผมคิดว่าเรามีโอกาสในสถาบันต่างๆ ที่มีมาตรฐานสูง และมีผลงานที่เด่นชัดแล้ว ประสบการณ์จากในอดีตของเราที่ร่วมผลิตยารักษามาลาเรีย ซึ่งทางฝ่ายสหรัฐแม้กระทั่งอดีตท่านทูต ดีซอมบรี (ไมเคิล จอร์ช ดีซอมบรี อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย) ท่านก็ตระหนักว่าประเทศไทยเรามีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากกับทางสหรัฐฯ หรือ ทาง ซีดีซี (ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐฯ-CDC) เองเขาก็มีสำนักงานอยู่ที่ที่เมืองไทยเหมือนกัน”

XS
SM
MD
LG