ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

'หนังระทึกขวัญสะท้อนสังคม' คลื่นลูกใหม่ของภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด!


ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Get Out! และ IT ที่กวาดรายได้อย่างถล่มทลาย ทำให้ไม่ผิดนักที่จะบอกว่าปี 2017 นี้ เป็น ‘ยุคทองของภาพยนตร์สยองขวัญ’ จากกระแสหนังแฟรนไชส์ที่ปลุกกระแสชมรมขนหัวลุกกันตั้งแต่ปีก่อน ตามมาด้วยหนังรีเมคหลายต่อหลายเรื่องที่พร้อมเสิร์ฟความสยองให้ทุกท่านกันตลอดทั้งปี

แม้ยังไม่มีสูตรสำเร็จของการทำภาพยนตร์สยองขวัญและระทึกขวัญให้กวาดรายได้มหาศาล แต่ในบทความจาก Wall Street Journal รายงานว่า ผู้กำกับภาพยนตร์ยังเลือกกำกับหนังประเภทนี้ เพราะมีต้นทุนต่ำ แต่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างน่าประทับใจ

อย่างกรณีการประสบความสำเร็จเป็นพลุแตกของ Get Out! เรื่องของชายหนุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน ที่พบกับความน่าสะพรึงกลัวระหว่างไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ของแฟนสาวผิวขาว ภาพยนตร์แฟรนไชส์ The Purge ยุคบ้านป่าเมืองเถื่อนที่เปิดโอกาสให้ออกไปฆ่าคนได้ตามใจชอบภายใน 24 ชั่วโมง มีต้นทุนทั้ง 3 ภาคเพียงแค่ 10 ล้านดอลลาร์ แต่กลับคืนทุนได้ 10 เท่าตัว รวมถึงภาพยนตร์สยองขวัญในตำนาน เรื่อง The Blair Witch Project เมื่อปี 2542 ที่ใช้ต้นทุนแค่ 6 หมื่นดอลลาร์ แต่กวาดรายได้กว่า 2 ร้อยล้านดอลลาร์ทีเดียว

นอกจากต้นทุนที่ต่ำแล้ว ยังมีกระแสของภาพยนตร์แนว Social Thriller หรือ หนังระทึกขวัญแนวเสียดสีสังคม ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นเสียงสะท้อนสังคมที่เต็มไปด้วยปัญหา เช่น Get Out! ที่จุดประเด็นการเหยียดสีผิว ส่วนเรื่อง the Purge ว่าด้วยเรื่องกฏหมายครอบครองอาวุธปืน และเรื่อง IT ที่กวาดรายได้ถล่มทลายในปีนี้ ได้สอดแทรกปัญหาของเยาวชนอเมริกัน ที่ผู้ใหญ่มองข้าม ทั้งการคุกคามทางเพศ การปกป้องลูกจนเกินเหตุ และการรังแกในโรงเรียน

โดยที่ต้องติดตามกันในปีนี้ ก็มีเรื่อง Mother! หนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยา ผลงานกำกับของ Darren Aronofsky ผู้กำกับ Black Swan นำแสดงโดย Jennifer Lawrence ภาพยนตร์เรื่อง Flatliners หนังดังในปี 1999 ที่นำมารีเมคใหม่, หนังไขคดีฆาตกรรมตายแล้วฟื้นอย่าง Happy Death Day, Jigsaw, The Snowman, Murder on the Orient Express, Jeepers Creepers 3, Cult of Chucky และ Leather Face

XS
SM
MD
LG