ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“วันคนโสด ปะทะ Black Friday” มหกรรมลดราคาเอาใจขาช้อปทั่วโลก


A screen shows the value of goods being transacted at Alibaba Group's 11.11 Singles Day global shopping festival in Shanghai, China, Nov. 11, 2017.

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี นอกจากจะเต็มไปด้วยถึงเทศกาลแห่งความสุข ตั้งแต่วันขอบคุณพระเจ้า ไปจนถึงคริสต์มาส และเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ใน “เดือนพฤศจิกายน” ของทุกปี ยังเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของขาช้อปและห้างร้านทั่วโลกเช่นกัน

ที่ประเทศจีน มี “วันแห่งคนโสด” 11 พฤศจิกายน ของทุกปี ที่ริเริ่มจากวันจบการศึกษาของนักศึกษาจีน จากมหาวิทยาลัยนานจิง เมื่อปี 1993 ที่หยิบยกความพิเศษของตัวเลขวันที่ 11 และเดือน 11 เพื่อสื่อถึงความโดดเดี่ยวเดียวดายไร้คู่ เปรียบได้กับการต่อต้านวันวาเลนไทน์นั่นเอง

นอกจากนั้น นักศึกษากลุ่มเดียวกันนี้ยังได้ติดประกาศให้วันดังกล่าว ที่เป็นตัวเลข 1 ที่เรียงกัน 4 ตัวนั้น จะหมายถึงวันที่คนโสดทั้งหลายจะมาพบปะพูดคุยกันเพื่อทำลายความโสดให้หมดไปนั่นเอง

ความเหงาไม่เคยปราณีใคร ทำให้คนโสดจำนวนมาก คือ กำลังซื้อสำคัญ และเป็นจุดเริ่มต้นที่บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน Alibaba เห็นความสำคัญของวันนี้ จากยอดขายสินค้าออนไลน์ที่ทะลุหลายร้อยล้านเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2011 ภายในวันเดียว เกือบเท่ากับ Cyber Monday ของฝั่งตะวันตก ที่ยอดช้อปออนไลน์พุ่งสูงหลัง Black Friday ของทุกปี

โดยในปีนี้ยอดขายใน “วันคนโสด” ของ Alibaba สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง แตะระดับ 2 หมื่น 5 พัน 3 ร้อยล้านดอลลาร์ หรือราว 8 แสน 6 หมื่นล้านบาท จากแรงช้อป 1 พัน 4 ร้อย 80 ล้านคนผ่านระบบจ่ายเงิน Alipay เพิ่มสูงขึ้นถึง 39% จากปีก่อน ยิ่งไปกว่านั้น คือ ทำยอดขายแตะ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 8 นาที

ไม่เพียงแค่ Alibaba ที่จับกระแสการช้อปวันคนโสดเท่านั้น ห้างร้านค้าปลีกออนไลน์หลายเจ้าทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ใช้จุดขายของวันคนโสดนี้ กระตุ้นการจับจ่าย และทำให้ “วันคนโสด” กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับผู้ที่รักการช้อปปิ้งออนไลน์ทั่วโลกไปในที่สุด

ส่วนในฝั่งอเมริกานั้น อาจไม่ได้ตื่นเต้นกับวันคนโสดมากนัก เพราะเดือนพฤศจิกายนนี้ มีวันสำคัญในการช้อปสินค้าเพื่อวันคริสต์มาสและปีใหม่ อย่าง Black Friday หรือวันศุกร์ทมิฬ ที่ผู้คนมืดฟ้ามัวดินจะไปต่อรอคิวหน้าร้านค้าต่างๆ เพื่อเข้าไปซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าปกติ

ในระยะหลังๆ กระแสการช้อปในวัน Black Friday อาจจะเสื่อมมนต์ขลังไปบ้าง เมื่อข้อมูลจากสมาพันธ์ค้าปลีกแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ National Retail Federation ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วชาวอเมริกันเพียง 29 ล้านคนที่ไปซื้อสินค้าในวัน Black Friday ลดลงจากปี 2015 ที่ 34 ล้าน 6 แสนคน

ส่วนหนึ่งคือกระแสการซื้อสินค้าออนไลน์ที่กลายเป็นการช้อปกระแสหลักของคนรุ่นใหม่ แต่ Business Insider ระบุว่า Black Friday ของปีนี้ จะมาเร็วและยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังมีชาวอเมริกันที่เฝ้ารอให้วันที่ 24 พฤศจิกายนมาถึง

Yahoo.com เผยผลสำรวจ ระบุว่า ชาวอเมริกัน 79% ยังวางแผนไปจับจ่ายในวัน Black Friday ปีนี้ และ 44% ของผู้ที่ทำการสำรวจ ตั้งใจไปตั้งแคมป์หน้าร้านที่ต้องการช้อป เพื่อเข้าไปซื้อสินค้าตั้งแต่ร้านเปิดช่วงเช้าตรู่ด้วย ส่วนอีก 22% ในนั้น ตั้งใจจะเฝ้าหน้าจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 24 เพื่อซื้อสินค้าออนไลน์

XS
SM
MD
LG