ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ศาลสูงสหรัฐฯ ตัดสินสนับสนุนคำสั่งทรัมป์ ห้ามพลเมือง 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ


Protesters hold up signs and call out against the Supreme Court ruling upholding President Donald Trump's travel ban outside the the Supreme Court in Washington, June 26, 2018.

ศาลสูงสหรัฐฯ มีคำตัดสินในวันอังคาร ยืนกรานตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการใช้นโยบายกีดกันพลเมืองจากประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ

คณะตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ หรือ Supreme Court ลงมติด้วยคะแนน 5-4 ตัดสินว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีอำนาจตามกฎหมายในการจำกัดการเดินทางของพลเมืองจากประเทศอื่นมายังสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยกขึ้นมาประกอบการเสนอนโยบายดังกล่าว

หัวหน้าคณะตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ ผู้พิพากษา จอห์น โรเบิร์ต เป็นผู้เขียนประกาศคำตัดสินที่ว่านี้ และยังได้ปฏิเสธคำร้องของรัฐฮาวาย รวมทั้งของสมาคมชาวมุสลิมในรัฐฮาวาย และประชาชนอีก 3 รัฐ ที่ร้องเรียนว่าคำสั่งฝ่ายบริหารของ ปธน.ทรัมป์ ขัดกับบทบัญญัติที่ 1 ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ที่ระบุไว้ว่าห้ามเลือกปฏิบัติต่อคนต่างศาสนา

หลังคำตัดสินของศาลสูงได้รับการเปิดเผยออกมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้จัดประชุมแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวในช่วงสายวันอังคาร แสดงความยินดีต่อคำตัดสินของศาลสูงในครั้งนี้

ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ ถือเป็นชัยชนะและความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของคนอเมริกันและรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ และว่า อเมริกาจำเป็นต้องเข้มแข็งและมั่นคงปลอดภัย และต้องมีการตรวจสอบคนที่จะเดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อทราบให้ได้ว่าพวกเขามาจากไหน

ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ เมื่อ 2 ปีก่อน ปธน.ทรัมป์ ได้รับปากบรรดาผู้สนับสนุนตนว่าจะใช้มาตรการห้ามพลเมืองจากประเทศมุสลิมต่างๆ เดินทางเข้าสหรัฐฯ และที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ ได้ปรับแก้คำสั่งฝ่ายบริหารนี้หลายครั้ง จนเหลือ 7 ประเทศที่อยู่รายชื่อประเทศที่พลเมืองจะถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ

โดย 7 ประเทศนั้น ได้แก่ ประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม 5 ประเทศ คือ อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย และเยเมน รวมกับอีกสองประเทศ คือ เวเนซุเอล่า และเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทางสถิติชี้ว่า พลเมืองจาก 7 ประเทศดังกล่าว มิได้อยู่ในข่ายสร้างภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ แต่อย่างใด

ผู้พิพากษา โซเนีย โซโตมายอร์ (Sonia Sotomayor) หนึ่งในคณะตุลาการศาลสูงที่ลงมติไม่ยอมรับคำสั่งของ ปธน.ทรัมป์ ระบุว่า คำตัดสินสุดท้ายของศาลสูงนั้นกำลังสร้างปัญหา และเทียบได้กับคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ. 1944 ที่สนับสนุนให้ควบคุมตัวชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นไว้ที่ค่ายกักกันของกองทัพสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ทางด้านนายโอมาร์ จาดะวัต (Omar Jadwat) ทนายความของ American Civil Liberties Union กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสูงครั้งนี้เป็นความล้มเหลวอย่างยิ่ง และถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนต่างศาสนาซึ่งขัดกับอุดมการณ์ที่แท้จริงของอเมริกา และยังเป็นการสร้างอันตรายต่อชาวมุสลิมทั้งในอเมริกาและในต่างประเทศ ตราบเท่าที่คำสั่งนี้ยังมีผลบังคับใช้

ขณะที่ทนายความและนักรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนหลายคน เชื่อว่าจะมีคำสั่งห้ามพลเมืองประเทศอื่นเข้าสหรัฐฯ ตามมาอีกหลายฉบับ หลังคำตัดสินของศาลสูงในครั้งนี้

(ทรงพจน์ สุภาผล รายงานจากห้องข่าววีโอเอ)

XS
SM
MD
LG