ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

จะเกิดอะไรขึ้นหากว่ายัง "ไม่รู้ผลแพ้-ชนะ" คืนวันเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ?


Voters stand in a line as they wait to vote early in Athens, Ga, Oct. 19, 2020. (AP)
please wait

No media source currently available

0:00 0:05:39 0:00


นักวิเคราะห์การเมืองอเมริกันกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน เพราะปีนี้ประชาชนจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ใช้สิทธิ์ล่วงหน้ากัน ท่ามกลางการระบาดของโคโรนาไวรัส

แต่ละรัฐมีกฎที่เเตกต่างกัน เรื่องกระบวนการเเละเวลาเริ่มนับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ประเด็นดังกล่าวอาจทำให้การนับคะเเนนใช้เวลาหลายวัน หรือหลายสัปดาห์กว่าจะเสร็จสิ้น

วิลเลี่ยม กัลสตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองแห่งสถาบัน Brookings Institution กล่าวว่า "ฝันร้าย" ที่อาจเกิดขึ้น อาจมาจาก การโต้เถียงถึงความถูกต้องของการเลือกตั้ง จนทำให้เกิดความโกลาหลต่ออนาคตทางการเมือง

FILE - A voter drops off his election ballot in the drop box at the Cuyahoga County Board of Elections, in Cleveland, Ohio, April 22, 2020.
FILE - A voter drops off his election ballot in the drop box at the Cuyahoga County Board of Elections, in Cleveland, Ohio, April 22, 2020.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความกังขาหลายครั้ง ว่าการโหวตล่วงหน้าจำนวนมากอาจทำให้เกิดการโกงการเลือกตั้ง แต่ความกังวลต่อกรณีดังกล่าวอาจลดลงถ้าคะเเนนเลือกตั้งออกมาค่อนข้างชัดเจนในคืนวันนั้น

​แม้ว่า อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่เเข่งของประธานาธิบดีทรัมป์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะได้เปรียบในผลสำรวจคะเเนนนิยมทั่วประเทศราว 9-10 เปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ชนะการเลือกตั้งไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่ได้คะเเนนดิบของประชากรโดยรวมเหนือคู่แข่ง

ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ผู้ชนะต้องได้คะเเนนจากตัวเเทนคณะผู้เลือกตั้งหรือ Electoral College มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง

ในการเก็บคะเเนนจากคณะผู้เลือกตั้งในแต่ละรัฐ ผู้สมัครต้องได้คะเเนนจากประชาชนในรัฐนั้นๆ มากกว่าคู่แข่ง ซึ่งแต่จะรัฐมีการจัดสรรจำนวนตัวแทน Electoral College ต่างกัน ตามจำนวนประชากร

ตัวแทน Electoral College ของรัฐ แม้จะมีหลายคน แต่จะลงคะเเนนสนับสนุนไปในทางเดียวกันทั้งหมด ให้กับผู้ที่ได้คะเเนนโหวตสูงสุดจากประชากรของรัฐ อย่างไรก็ตามมีสองรัฐ ที่ตัวแทน Electoral College ไม่จำเป็นต้องโหวตไปในทางเดียวกันคือในรัฐเมนและเนบราสกา

เมื่อการเลือกตั้งประธานาธิบดี 4 ปีก่อน ทรัมป์ได้คะเเนนจาก Electoral College มากกว่าฮิลลารี คลินตัน แม้ว่าเธอได้คะเเนนรวมจากประชากรทั่วประเทศมากกว่าทรัมป์

ตามกำหนด คณะผู้เลือกตั้งหรือ Electoral College จะประชุมกันวันที่ 14 ธันวาคม เพื่อลงคะเเนนอย่างเป็นทางการว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ผู้ชนะการเลือกตั้งต้องได้คะเเนนจากผู้แทน Electoral College จำนวน อย่างน้อย 270 คนจาก Electoral College ที่มีตัวแทนทั้งหมด 538

การนับคะเเนนอย่างเป็นทางการจะเกิดขึ้นต่อหน้าที่ประชุมสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภา วันที่ 6 มกราคม

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แม้อาจจะมีหลายรัฐที่ใช้เวลานับคะเเนนต่ออีกหลายวัน หลังการเลือกตั้ง แต่ก็จะมีหลายรัฐที่ทราบผลเกือบสมบูรณ์ในคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน หรือเช้าวันถัดไปเช่นกัน

ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ไพลด์ส แห่ง New York University กล่าวว่าต้องจับตามองผลการลงคะแนนจากรัฐฟลอริดา นอร์ธแคโรไลนา และแอิโซนา อย่างใกล้ชิด สามรัฐนี้ซึ่งทรัมป์และไบเดนได้รับความนิยมสูสีกันในโพลล์ มีคะแนนจาก Electoral College 29, 15 และ 11 ตามลำดับ

เขากล่าวว่าถ้าทรัมป์ แพ้ในรัฐฟลอริดา ผู้ติดตามผลการเลือกตั้งอาจทราบได้ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไป โดยไม่ต้องรอคะเเนนที่เสร็จสมบูรณ์จากมิชิแกน เพนซิลเวเนียและวิสคอนซิน เพราะในกรณีดังกล่าวเขากล่าวว่าโจ ไบเดน มีความเป็นไปได้สูงว่าจะชนะเลือกตั้งอย่างชัดเจน

แต่ถ้าคะเเนนในฟลอริดายังไม่รู้ผลชี้ขาด เขากล่าวว่าการต่อสู้อาจยืดเยื้อและตึงเครียด

ทั้งนี้มีวันสำคัญในกระบวนการส่งคะเเนนเลือกตั้ง อีกวันหนึ่งคือ วันที่ 8 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่รัฐต่างๆ ถูกคาดหมายให้รับรองผลการเลือกตั้งและส่งผลคะเเนนตัวแทน Electoral College ในเเต่ละรัฐไปยังหน่วยงาน Archivist of the United States ที่ทำหน้าที่จัดเก็บเอกสารของรัฐ

Voters fill out their ballot during early voting at the Cuyahoga County Board of Elections, Tuesday, Oct. 6, 2020, in Cleveland. (AP Photo/Tony Dejak)
Voters fill out their ballot during early voting at the Cuyahoga County Board of Elections, Tuesday, Oct. 6, 2020, in Cleveland. (AP Photo/Tony Dejak)

แต่หากว่าไม่สามารถทำได้ตามกำหนด ซึ่งอาจเป็นผลของการฟ้องร้องหรือการนับคะเเนนที่ยังไม่เสร็จ กฎหมายเปิดทางให้สภานิติบัญญัติของแต่ละรัฐ เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ แม้ว่าอาจจะยังไม่ทราบผลการนับคะเเนนอย่างสมบูรณ์ได้

และหากว่ารัฐใด มีผู้ว่าการรัฐอยู่คนละพรรคการเมืองกับพรรคที่คุมเสียงข้างมากในสภาท้องถิ่น และทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ อาจมีการส่งผลคะเเนนโหวตของ Electoral College แตกต่างกันสองชุด ผลที่ตามมาคือเรื่องจะถูกส่งไปยังสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่หากว่ายังไม่สามารถหาข้อยุติได้ จะยึดตามเอกสารที่ถูกลงนามโดยผู้ว่าการรัฐ

เหตุการณ์ที่ยากจะเกิดขึ้น แต่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งคือ การที่คะเเนนโหวตของ Electoral College ของทรัมป์และไบเดน เท่ากันที่ 269 คะเเนน ในกรณีนี้ ผู้ที่กำชัยในจำนวนรัฐที่มากกว่า จะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป

คำถามอีกข้อหนึ่งคือ ผู้ลงคะเเนน Electoral College สามารถบิดพลิ้ว ไม่ทำตามผลการเลือกตั้งของประชาชนในรัฐของตนได้หรือไม่ กรณีดังกล่าวอาจเกิดขึ้นจากผลคะเเนนที่ใกล้เคียงกันมากๆ จนเกิดความลังเลใจ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นมีกฎหมายที่ระบุว่าผู้ลงคะเเนน Electoral College ต้องทำตามผลการเลือกตั้งจากรัฐของตน

ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ไพลด์ส ยำ้ว่า กรณีพิเศษเหล่านี้ยากที่จะเกิด และเป็นไปได้ว่าในคืนวันเลือกตั้งน่าจะทราบในระดับหนึ่งแล้วว่าใครจะเป็นผู้นำ สหรัฐฯคนต่อไป

XS
SM
MD
LG