ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ตร.จีน คุมตัว ปธ. ‘เอเวอร์แกรนด์’ ท่ามกลางวิกฤตหนี้ท่วม


ฮุย ข่า หยัน ประธานบริษัทเอเวอร์แกรนด์ (ที่มา: รอยเตอร์)
ฮุย ข่า หยัน ประธานบริษัทเอเวอร์แกรนด์ (ที่มา: รอยเตอร์)

รายงานข่าวเผย ฮุย ข่า หยัน ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ‘เอเวอร์แกรนด์’ ถูกตำรวจจีนควบคุมตัว และเฝ้าจับตามอง ระหว่างที่บริษัทกำลังหาทางรอดจากการล้มละลาย และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในภาพรวมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากวิกฤตหนี้สิน

รอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงจากสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ฮุย ข่า หยัน ผู้ก่อตั้งบริษัทเอเวอร์แกรนด์เมื่อปี 1996 ที่เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง ถูกนำตัวไปอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งภายใต้การสังเกตการณ์ของตำรวจนับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนแล้ว

ปัจจุบัน เอเวอร์แกรนด์คือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีหนี้สินสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้วยมูลค่าหนี้จำนวน 3 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 10.9 ล้านล้านบาท) และเป็นใจกลางของวิกฤตการล้มละลายของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจีน ที่มีสัดส่วนทางเศรษฐกิจถึงหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจในภาพรวม

รายงานข่าวจากบลูมเบิร์กยังไม่ระบุว่าเหตุใด ฮุย จึงอยู่ภายใต้การจับตาของเจ้าหน้าที่ และยังระบุด้วยว่า การกระทำของตำรวจครั้งนี้ไม่ได้เข้าข่ายการจับกุมหรือควบคุมตัวอย่างเป็นทางการ และไม่ได้หมายความว่าฮุยจะถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดอะไร

รอยเตอร์ติดต่อไปยัง บ.เอเวอร์แกรนด์ หน่วยงานตำรวจมณฑลกวางตุ้ง และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ แต่ไม่ได้รับการตอบรับ แต่มีบุคคลที่ใกล้ชิดกับ บ.เอเวอร์แกรนด์ ระบุว่า ฮุยไม่ได้ติดต่อกับพนักงานบริษัทเลยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และแหล่งข่าวจากแวดวงอุตสาหกรรมอีกรายก็ระบุด้วยว่าไม่สามารถเข้าถึงฮุยได้เลย ทั้งสองให้ความเห็นโดยไม่ออกนาม เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตในการให้ข้อมูลกับสื่อ

รายงานเรื่องชะตากรรมของฮุยมีขึ้นหลังตำรวจในภาคใต้ของจีนประกาศเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนว่าพวกเขาได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ บ.เอเวอร์แกรนด์จำนวนหนึ่ง จากกรณีการระดมทุนจากนักลงทุนด้วยการขายผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนหลายประเภท

บริษัทนายหน้ากล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เอเวอร์แกรนด์จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการ ในกรณีที่การขายหน่วยอพาร์ตเมนต์ที่ยังสร้างไม่เสร็จของบริษัท สร้างความเสี่ยงต่อภาวะไร้เสถียรภาพทางสังคม

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มเจ้าหนี้รายใหญ่ในต่างประเทศวางแผนที่จะร่วมกันยื่นฟ้องล้มละลายต่อ บ.เอเวอร์แกรนด์ หากไม่สามารถส่งแผนปรับโครงสร้างหนี้ภายในสิ้นเดือนตุลาคม หลังบริษัทลูกของเอเวอร์แกรนด์ในจีน บ.เหิงต้า เรียล เอสเตท ไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กับพันหุ้นกู้มูลค่า 4 พันล้านหยวน (ราว 2 หมื่นล้านบาท) ตามกำหนดเมื่อ 25 กันยายนที่ผ่านมา

หุ้นของ บ.เอเวอร์แกรนด์มีมูลค่าลดลง 19% ในวันพุธนี้ ส่วนดัชนีหุ้นของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีการจดทะเบียนในเกาะฮ่องกง มีมูลค่าลดลง 0.2%

เอเวอร์แกรนด์เคยเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มียอดขายสูงที่สุดในจีน และเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการกู้เงินมากว้านซื้อที่ดิน ก่อนจะสร้างอพาร์ทเมนท์และขายไปในราคาที่ได้กำไรไม่มาก วิธีการนี้ทำให้ฮุย ผู้ก่อตั้งบริษัท เป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชีย จากการจัดอันดับของนิตยสาร Forbes เมื่อปี 2017

จนกระทั่งเจอกับปัญหาในปี 2021 ที่วิกฤตทางการเงินของบริษัทกลายเป็นที่รับรู้ในทางสาธารณะ ต่อด้วยผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทอีกหลายรายไม่สามารถจ่ายหนี้สินให้กับเจ้าหนี้นอกประเทศจีนไม่ได้ และไม่สามารถขายบ้าน หรือหาแนวทางการระดมเงินได้มากเท่าเดิม ทำให้บริษัทอยู่ภายใต้ความกดดัน หลังทางการจีนออกมาตรการกำกับควบคุมบริษัทที่มีหนี้สูง

หนึ่งในผู้ถือหุ้นกู้ของเอเวอร์แกรนด์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์โดยไม่ออกนามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับฮุยนั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ หากวิเคราะห์จากปัญหาที่บริษัทกำลังเผชิญ สิ่งที่ต้องจับตาดูหลังจากนี้ก็คือรัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือ บ.เอเวอร์แกรนด์อย่างไร และฮุยจะควักกระเป๋าตัวเองมาชำระหนี้มากน้อยเพียงใด

นอกจากปัญหาจาก บ.เอเวอร์แกรนด์แล้ว นักลงทุนยังจับตามองชะตากรรมของ บ.คันทรี การ์เดน บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนอีกแห่ง ว่าจะสามารถชำระหนี้หุ้นกู้จำนวน 40 ล้านดอลลาร์ (1,400 ล้านบาท) ที่ครบกำหนดชำระหนี้ในวันพุธที่ผ่านมาได้หรือไม่ หลังได้รับการผ่อนผันมาจากเดือนที่แล้ว

หนี้ก้อนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของหุ้นกู้มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ (36,000 ล้านบาท) ที่มีกำหนดชำระหนี้ในเดือนมกราคมปี 2024 ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายที่บริษัทต้องเผชิญ ทั้งนี้ โฆษกของบริษัทปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับรอยเตอร์

ฟิโอนา กว๊อก ผู้จัดการกองทุนจากบริษัท First Sentier Investors กล่าวกับรอยเตอร์ว่าความเชื่อมั่นในภาคส่วนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ในระดับที่น่ากังวล และกล่าวด้วยว่าความเสี่ยงผิดชำระหนี้จะยังดำเนินต่อไป หากทางการจีนยังไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นที่จะสร้างแนวโน้มทางบวก และเพิ่มยอดขายสินทรัพย์ได้มากพอ

  • ที่มา: รอยเตอร์

กระดานความเห็น

XS
SM
MD
LG