ลิ้งค์เชื่อมต่อ

กองทัพฟิลิปปินส์เสนอยืดใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาถึงสิ้นปีหน้า


แต่มีชาวฟิลิปปินส์ไม่น้อยยอมสละเสรีภาพเพื่อแลกกับเสถียรภาพและความเป็นระเบียบเรียบร้อย

please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:20 0:00

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบนเกาะมินดาเนาทางใต้ของฟิลิปปินส์ประกาศใช้กฎอัยการศึกและตั้งด่านตรวจในพื้นที่มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 เพื่อปราบปรามและควบคุมเหตุการณ์รุนแรงจากกลุ่มแข็งข้อต่อต้านชาวมุสลิมซึ่งยืดเยื้อมานานหลายสิบปี

แต่การบังคับใช้กฎอัยการศึกดังกล่าวดูจะไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนเกาะมินดาเนาเท่าใดนัก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ ของฟิลิปปินส์ ได้ขออนุมัติจากสภาเพื่อต่ออายุกฎอัยการศึกนี้ไปจนถึงสิ้นปีหน้า ตามการเสนอแนะของกองทัพ ด้วยเหตุผลว่าเพื่อช่วยยับยั้งเหตุการณ์ไม่สงบและการก่อการร้าย ซึ่งเรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะได้รับความสนับสนุนเป็นอย่างมากจากประชาชนส่วนใหญ่ที่มีอยู่ราว 21 ล้านคนบนเกาะมินดาเนา

กองทัพฟิลิปปินส์ได้ออกมาแถลงเมื่อเดือนที่แล้วว่า ทางกองทัพได้รับเสียงตอบรับในทางดีจากประชาชน ไม่เพียงเฉพาะเรื่องการนำอำนาจตามกฎอัยการศึกไปปฏิบัติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบในทางบวกที่มีต่อสถานการณ์ความมั่นคง ต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น รวมทั้งต่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนภายใต้กฎอัยการศึกด้วย

ในปีนี้ กฎอัยการศึกในฟิลิปปินส์ช่วยยับยั้งการก่อตัวขึ้นใหม่ของกลุ่มแข็งข้อต่อต้านชาวมุสลิม หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวซึ่งได้รับแรงกระตุ้นจูงใจมาจากกลุ่มรัฐอิสลาม ถูกกองทัพของฟิลิปปินส์ปราบปรามไปเมื่อปี 2560

นอกจากนั้นกองทัพฟิลิปปินส์ยังอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกนี้ติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบ ด้วยการเรียกตัวมาสอบปากคำ และสกัดกั้นพลพรรคเหล่านี้ไม่ให้เดินทางเข้าไปในเขตเมือง

มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาทางใต้ของประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เพื่อช่วยให้กองกำลังความมั่นคงของฟิลิปปินส์สามารถปราบปรามกลุ่มกบฏเมาเตในเมืองมาราวี โดยการสู้รบซึ่งใช้เวลานานห้าเดือนในช่วงนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึงราว 1,100 คน

แต่สำหรับชาวฟิลิปปินส์บนเกาะมินดาเนาเอง ผลกระทบหรือความไม่สะดวกที่ได้คือคำสั่งจำกัดเวลาออกนอกบ้านยามวิกาล และการตั้งด่านตรวจยวดยานพาหนะเท่านั้น

นายเอ็นริโก้ เกา นักวิจัยที่ศูนย์ Taiwan Center for International Strategic Studies กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หากกองทัพบกฟิลิปปินส์ไม่ได้ส่งกำลังเข้าไปที่เมืองมาราวี และไม่มีกฎอัยการศึกเพื่อรักษาความสงบและควบคุมสถานการณ์ และว่า สำหรับชาวเมืองมาราวีเองรวมทั้งชุมชนต่างๆ แล้ว คนเหล่านี้ต้องการเสถียรภาพความมั่นคง ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และสถานการณ์ที่สามารถควบคุมได้เพื่อแลกกับเสรีภาพบางส่วนที่ต้องเสียไปภายใต้กฎอัยการศึกนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกครั้งแรกบนเกาะมินดาเนาเมื่อปีที่แล้ว ผู้คนทั่วไปเกรงว่านี่อาจเป็นการหวนคืนของการใช้อำนาจและมาตรการรุนแรงเหมือนสมัยอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินัล มาร์คอส ในช่วงปี 2515 เพื่อเป็นเครื่องมือสกัดกั้นความพยายามก่อรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลของตน

รวมทั้งยังมีความกังวลด้วยว่า ประธานาธิบดีดูเตอร์เต้อาจต้องการขยายอำนาจกฎอัยการศึกนี้ออกไปทั่วประเทศ เพื่อปราบปรามการค้ายาเสพติดและเพื่อสยบกลุ่มที่ต่อต้านนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล เช่น นโยบายการทำเหมืองและนโยบายด้านพลังงาน เป็นต้น

แต่จนถึงขณะนี้ผู้คนส่วนใหญ่บนเกาะมินดาเนาดูจะยอมรับสภาพความเป็นจริงของเรื่องนี้ และเสียงต่อต้านคัดค้านส่วนใหญ่ที่มีอยู่ก็มาจากกลุ่มฝ่ายซ้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่รณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนเท่านั้นเอง

XS
SM
MD
LG