ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

วัคซีนของ Pfizer/BioNTech ช่วยป้องกันโควิด-19 ได้ดีหลังเข็มแรกแม้ยังไม่รู้ว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่นานเท่าใด


(FILES) In this file photo taken on November 23, 2020 This illustration picture taken on November 23, 2020 shows a bottle reading "Vaccine Covid-19" and a syringe next to the Pfizer and Biontech logo. - Britain on December 2, 2020 became the first country
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:22 0:00

สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA เผยแพร่รายงานการทดลองวัคซีนของบริษัท Pfizer และ BioNTech ซึ่งแสดงประสิทธิผลในการเริ่มป้องกันการติดเชื้อได้ภายในเวลาราว 10 วันหลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรก และผลดังกล่าวพบได้ในคนทุกกลุ่มเชื้อชาติ อายุ และเพศด้วย อย่างไรก็ตามวัคซีนนี้อาจส่งผลข้างเคียงเล็กน้อยได้เช่นกัน

โดยขณะที่อังกฤษเริ่มให้วัคซีนที่บริษัท Pfizer และ BioNTech ร่วมกันพัฒนากับประชาชนของตนแล้วนั้น ในสหรัฐฯ เองกระบวนการพิจารณาอนุมัติวัคซีนดังกล่าวกำลังจะเริ่มขึ้นปลายสัปดาห์นี้ และเมื่อวันอังคาร องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือ FDA ได้เปิดเผยรายงานการทดลองวัคซีนของทางบริษัทซึ่งยืนยันว่าวัคซีนนี้ได้ผลอย่างน่าพอใจในคนหลายกลุ่มและการช่วยป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 นั้นก็เริ่มขึ้นราว 10 วันหลังจากได้รับวัคซีนเข็มแรกด้วย

ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมีความกังวลว่าวัคซีนอาจจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในคนบางกลุ่มมากกว่า อย่างไรก็ตามรายงานการทดลองที่ FDA นำมาเผยแพร่วันนี้แสดงว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนผิวขาว คนผิวดำ คนเชื้อสายละตินรวมทั้งกลุ่มคนสูงวัยที่มีอายุเกิน 65 ปีและผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเกินล้วนได้รับประโยชน์จากวัคซีนดังกล่าวไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้คณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องวัคซีนของ FDA ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์อิสระจะพิจารณาและหารือเรื่องรายงานการทดลองชิ้นนี้และให้คำแนะนำว่าวัคซีนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิผลพอที่จะนำมาใช้กับคนอเมริกันหรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว FDA มักดำเนินการตามคำแนะนำของคณะกรรมการ โดยหลังจากการพิจารณาวัคซีนของบริษัท Pfizer และ BioNTech แล้วในช่วงปลายเดือนนี้ FDA ก็จะพิจารณาวัคซีนที่บริษัท Moderna และที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ พัฒนาขึ้นเช่นกัน

อย่างไรก็ตามถึงแม้การทดลองวัคซีนของ Pfizer และ BioNTech จะให้ผลอย่างน่าพอใจแต่ก็มีคำถามบางอย่างซึ่งทางบริษัทยังจะต้องทดลองวัคซีนต่อไปเพื่อหาคำตอบเพิ่มเติม โดยคำถามที่สำคัญขณะนี้ก็คือภูมิคุ้มกันซึ่งร่างกายจะเริ่มสร้างขึ้นได้อย่างสมบูรณ์หลังจากที่ได้วัคซีนเข็มที่สองนั้นจะอยู่ได้นานเท่าใด วัคซีนนี้จะช่วยป้องกันการติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการได้หรือไม่ และผู้ได้รับวัคซีนยังสามารถแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัวได้หรือไม่ด้วย นอกจากนั้นแล้วคำถามสำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือสตรีมีครรภ์ควรได้รับวัคซีนนี้หรือไม่เพราะว่ากลุ่มคนดังกล่าวไม่ได้รวมอยู่ในกลุ่มตัวอย่างของการทดลอง

และนอกจากข่าวดีเกี่ยวกับการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนเรื่องผลข้างเคียงจากการได้รับวัคซีน โดยผลข้างเคียงที่สำคัญคือการรู้สึกปวดในบริเวณที่ฉีดวัคซีนหรือมีอาการคล้ายเป็นไข้ ปวดหัว หรือเหนื่อยล้ารวมทั้งมีอาการหนาวสั่นและปวดกล้ามเนื้อ แต่ผลข้างเคียงที่ว่านี้มักจะหายไปได้เองภายในหนึ่งหรือสองวัน โดยเรื่องที่น่าสังเกตก็คือผลข้างเคียงดังกล่าวมักปรากฏในกลุ่มคนสูงอายุน้อยกว่าในคนกลุ่มอื่นๆ

อย่างไรก็ตามคุณคริสเตน ชอย พยาบาลและนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียวิทยาเขตลอสแองเจลิสซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มทดลองวัคซีนได้ตั้งข้อสังเกตว่า แพทย์ควรจะพยามสื่อสารทำความเข้าใจกับคนไข้ก่อนจะได้รับวัคซีน และว่าผลข้างเคียงเล็กน้อยที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งมีอาการคล้ายกับการป่วยด้วยโรค โควิด-19 นี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าวัคซีนกำลังทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะทำให้มีอาการป่วยที่หนักและนานมากกว่านั่นเอง

XS
SM
MD
LG