ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

คุยหนัง: ดื่มด่ำกับหนังรักเหนือจินตนาการ “เดอะ เชพ ออฟ วอเตอร์”


The Shape of Water

ภาพยนตร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในฐานะหนังชิงรางวัลประจำปีนี้ เห็นจะเป็นภาพยนตร์โรแมนติกแฟนตาซีล้ำจินตนาการ The Shape of Water ที่เข้าชิงลูกโลกทองคำถึง 7 สาขา เบียดแซงหนังตัวเต็งอย่าง The Post ไปได้ พ่วงด้วยรางวัลจากสมาคมวิจารณ์หนังชื่อดังทั่วโลก และน่าจะเป็นตัวเต็งชิงออสการ์อีกหลายสาขาด้วยเช่นกัน

The Shape of Water การันตีด้วยฝีมือการกำกับและเขียนบทของ Guillermo del Toro ผู้กำกับแนวแฟนตาซีแบบมืดมน ที่ฝากผลงานเลื่องชื่อไว้มากมาย ทั้ง Hellboy, Blade II, Crimson Peak และ Pacific Rim ภาคล่าสุดที่จะเข้าฉายในปีนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่เคยติดตามภาพยนตร์ของเขาจะต้องรอชมความตื่นตาตื่นใจของสัตว์ประหลาดสายดาร์กของเขาเป็นแน่

The Shape of Water
The Shape of Water

เรื่องนี้มีพล็อตเรื่องเป็นจุดขาย ถึงความรักที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง เอลิซา (Sally Hawkins) ภารโรงสาวพูดไม่ได้ ที่ทำงานในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ลับของอเมริกันช่วงสงครามเย็น เมื่อปี ค.ศ. 1962 กับมนุษย์เงือกจากอเมริกาใต้ ที่เชื่อว่ามีพลังพิเศษประหนึ่งเทพเจ้า ซึ่งต้องร่วมเอาใจช่วยทั้งสองให้ฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน

The Shape of Water
The Shape of Water

สิ่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของภาพยนตร์นอกจากบท ก็คือ การใช้สีโทนเขียว แดง และดำ รวมทั้งสัญลักษณ์ในการดำเนินเรื่อง เช่น ไข่ไก่ เครื่องเล่นแผ่นเสียง

ขณะที่ฉากทำได้งดงามละมุนละไมแสนคลาสสิก จนลืมไปว่านี่เป็นความรักระหว่างคนและสัตว์ประหลาดหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวและไม่อาจเป็นไปได้ ตลอดทั้งเรื่องสอดแทรกปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในอดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น สังคมผู้ชายเป็นใหญ่ในอดีต ปัญหาการเหยียดผิว การเหยียดเพศ การดูถูกคนที่มีความบกพร่อง

The Shape of Water
The Shape of Water

ที่สำคัญสิ่งที่เราได้หลังจากเดินออกจากโรงภาพยนตร์ คือ การหวนนึกว่าจริงๆ แล้วมนุษย์ที่มีจิตใจโหดเหี้ยมนั้นเลวร้ายและน่ารังเกียจกว่าสัตว์ประหลาดเสียอีก

XS
SM
MD
LG