ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ผู้นำส.ว.รีพับลิกัน ยอมรับชัยชนะของ ‘ไบเดน’ 


FILE - Senate Republican Majority Leader Mitch McConnell speaks during a news conference at the Capitol in Washington, Dec. 8. 2020.

สำนักข่าว The Associated Press รายงานว่า มิทช์ แมคคอนเนล วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน และผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ แสดงความยินดีต่อโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต โดยระบุว่า คณะผู้เลือกตั้งได้ “ระบุแล้ว” ว่าไบเดนจะเป็นว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป

คำกล่าวของ สว. แมคคอนเนล เมื่อวันอังคารมีขึ้น 1 วันหลังจากคณะผู้เลือกตั้ง ประชุมลงคะแนนรับรองให้ไบเดนชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาตัวแทนจากพรรครีพับลิกันต่างสงวนท่าทีหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แพ้การเลือกตั้งเมื่อช่วงต้นเดือนที่แล้ว

ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมวุฒิสภาว่า แม้จะมีวุฒิสมาชิกหลายคนหวังว่าผลการเลือกตั้งต่างออกไป แต่ระบบของรัฐบาลก็มีกระบวนการยืนยันว่าใครจะได้สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม และคณะผู้เลือกตั้งก็ได้ลงคะแนนเสียงยืนยันไปแล้ว

แมคคอนเนลยังชื่นชมไบเดนด้วยว่า เป็นผู้อุทิศตนเพื่อสาธารณะมาหลายปี ในขณะเดียวกันก็แสดงความยินดีกับว่าที่รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส ในฐานะสตรีคนแรกของสหรัฐฯ ที่จะได้ดำรงตำแหน่งสำคัญดังกล่าว

แต่ก่อนที่จะกล่าวชื่นชมว่าที่ผู้รับตำแหน่งทั้งสองนั้น ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ เกริ่นชื่นชม “ความสำเร็จอย่างไม่มีที่สิ้นสุด” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งการรักษาสัญญาที่ “สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกรุงวอชิงตัน” และยังกล่าวด้วยว่า ปธน.ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ “ควรได้รับคำขอบคุณจากพวกเรา”

ทางด้าน วุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ จากพรรคเดโมแครต ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่า ในเมื่อ สว.แมคคอนเนล ยอมรับชัยชนะของไบเดนแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ควร “จบวาระการทำงานของตนอย่างมีมารยาทและมีศักดิ์ศรีบ้าง” ซึ่งในวันอังคาร ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงทวีตข้อความเกี่ยวกับ “การโกงเลือกตั้ง” ที่ไม่มีมูลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทางเลือกของพรรคริพับลิกันในขณะนี้มี 2 ทาง คือ ประกาศรับรองชัยชนะของไบเดนตามผลเลือกตั้ง หรือเลือกที่จะเงียบต่อไป ในขณะที่ทรัมป์ยังคงเดินเกมยื่นฟ้องข้อกล่าวหาการเลือกตั้งในหลายๆ รัฐ เพื่อหวังพลิกผลการเลือกตั้งอยู่

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกันบางส่วน ยังคงเดินหน้าต่อสู้ต่อไป หวังพลิกผลการเลือกตั้ง ในวันที่ 6 มกราคม ซึ่งเป็นวันที่สมาชิกสภาคองเกรสจะลงคะแนนรับรองหรือตีตกผลการลงคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง และยังมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนยังหวังต่อสู้ทางกฎหมายไปจนถึงวันที่ 20 มกราคม ที่เป็นวันสาบานตนของประธานาธิบดีคนใหม่

XS
SM
MD
LG