ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

งานวิจัยชี้ 'บุคลากรทางการแพทย์' เสี่ยงชีวิตทั้งระหว่างทำงานและหลังเลิกงาน


Nurse

ทุกคืนเวลาหนึ่งทุ่มตรง ชาวนิวยอร์กจะต้องออกจากบ้านเพื่อไปส่งเสียงเชียร์คณะบุคลากรทางการแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนาไวรัส ผนวกกับเสียงแตรจากรถยนต์และเสียงของรถตำรวจที่ช่วยส่งกำลังใจอยู่ในบริเวณนั้น

ร้านอาหารในนครนิวยอร์กบางแห่งทำอาหารเลี้ยงคณะแพทย์และพยาบาลที่ทำงานตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ในตัวเมือง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เครื่องบินทหารของสหรัฐฯ บินไปทั่วนครนิวยอร์กและเมืองอื่น ๆ เพื่อแสดงความขอบคุณต่อบรรดาบุคลากรที่ทำงานด้านการดูแลรักษาสุขภาพ

แต่แม้ว่าจะมีการแสดงความขอบคุณเหล่านี้ แต่ก็ยังมีรายงานการทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

องค์การอนามัยโลกหรือ WHO และเจ้าหน้าที่การพยาบาลระดับสูง ต่างออกมาเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ปกป้องพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากการโจมตีทั้งทางกายและทางวาจา โดยชี้ว่า หญิงชายเหล่านี้ต่างเสียสละชีวิตของพวกเขาเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสในทุก ๆ วัน

Howard Catton ผู้อำนวยการสภาพยาบาลระหว่างประเทศ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีรายงานการเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์จากการติดเชื้อโควิด-19 ประมาณ 100 คน

แม้กระทั่งก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส งานของบุคลากรทางการแพทย์ก็เป็นงานที่ยากอยู่แล้ว โดยปัจจุบันประชากรโลกราว 28 ล้านคนทำอาชีพพยาบาล ซึ่งคิดเป็น 59% ของบุคลากรสาธารณสุขทั่วโลก

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก โครงการ Nursing Now และสภาพยาบาลระหว่างประเทศ ได้เผยแพร่รายงาน “State of the World’s Nursing Report” ฉบับแรก ที่ระบุว่ามีพยาบาลไม่เพียงพอในหลายพื้นที่ และการขาดแคลนพยาบาลนั้นส่วนใหญ่อยู่ในประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง จำนวนพยาบาลใหม่ก็ไม่สอดคล้องกับความต้องการในหลายประเทศ โดยเฉพาะบางประเทศที่มีพยาบาลจำนวนมากใกล้ถึงวัยเกษียณ

ในรายงานยังคาดการณ์ไว้ว่าจะต้องใช้คนทำงานด้านนี้เพิ่มขึ้น 8% ในแต่ละปี นอกจากนี้รายงานยังระบุว่า การขาดแคลนพยาบาลเป็นปัญหาของหลายพื้นที่ในแอฟริกา อัฟกานิสถาน ปากีสถาน เยเมนและเวเนซุเอลา

แม้ว่าพยาบาลจะเป็นบุคลากรที่ทำงานด้านสุขภาพที่มีจำนวนมากที่สุด แต่มักจะโดนมองข้ามหรือไม่เห็นคุณค่า กล่าวคือ 90% ของคนทำอาชีพพยาบาลเป็นเพศหญิง และพวกเขามักจะตกเป็นเหยื่อของการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน

และข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจอย่างหนึ่งก็คือ มีเพียง 37% ของประเทศทั่วโลกที่รายงานว่ามีมาตรการป้องกันการทำร้ายบุคลากรทางการแพทย์

พยาบาลบางคนถูกทำร้ายในช่วงวิกฤตโควิด-19 เพราะคนกลัวการติดเชื้อ พยาบาลในเม็กซิโกรายงานว่ามีคนโยนน้ำผสมกับคลอรีนใส่เธอในขณะที่เดินกลับบ้าน

Howard Catton แห่งสภาพยาบาลระหว่างประเทศ กล่าวว่า มีรายงานจากทั่วโลกเกี่ยวกับการทำร้ายเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เขาเรียกร้องให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ดำเนินการเพื่อหยุดยั้งการกระทำดังกล่าว

XS
SM
MD
LG