ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

Curiosity ยานสำรวจดาวอังคารขององค์การอวกาศสหรัฐพบเบาะแสที่บ่งชี้ว่าอาจเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร


ยานสำรวจดาวอังคารขององค์การอวกาศสหรัฐ หรือ NASA พบร่องรอยที่อาจเป็นหลักฐานว่าอาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร การค้นพบครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พบหลักฐานว่าเคยมีน้ำบนดาวเคราะห์ดวงนี้มาแล้ว

การค้นพบครั้งล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ไว้แล้วในวารสาร Science กล่าวว่า ยาน Curiosity พบแร่เหล็ก และกำมะถัน ในสภาพทางเคมีที่แตกต่างกันที่ก้นทะเลสาปโบราณบนดาวอังคาร

การพบแร่ธาตุสองชนิดในสภาพทางเคมีที่แตกต่างกันนี้ มีความสำคัญ เพราะเป็นการบ่งชี้ว่า electrons สามารถเคลื่อนไหวได้ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว

ศาสตราจารย์ Scott McLennan ซึ่งสอนวิชาธรณีวิทยาศาสตร์ (Geoscience) อยู่ที่มหาวิทยาลัย Stony Brook และอยู่ในทีมงานสำรวจดาวอังคาร บอกว่า ถ้า electrons สามารถเคลื่อนไหวได้ ก็หมายความว่ามีอาหาร

นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้อธิบายว่า ตามหลักการแล้ว หมายความว่า มีจุลินทรีย์ที่กัดกินหิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาบนพื้นโลก และสามารถค้นพบจุลินทรีย์เหล่านี้ได้ตามถ้ำ และช่องระบายความร้อนจากทะเลลึก รวมทั้งตามสถานที่ที่แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปไม่ถึง หรือจะว่า เป็นรากฐานของชีวิตบนพื้นผิวโลกก็ได้

ส่วนศาสตราจารย์ Hap McSween แห่งมหาวิทยาลัย Tennessee บอกว่า แม้จะมีรายงานการวิจัยมากมายที่กล่าวอ้างว่า อาจจะเคยมีสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร แต่หลักฐานล่าสุดที่ค้นพบนี้ ทำให้เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นจริงได้

Curiosity พบตัวอย่างแร่เหล็กและกำมะถันไม่ห่างจากที่ที่ยานลงจอดบนดาวอังคาร ซึ่งดูเหมือนจะเป็นทะเลสาปเมื่อเกือบสี่พันล้านปีมาแล้ว และศาสตราจารย์ Hap McSween ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สิ่งมีชีวิตเริ่มก่อตัวขึ้นบนโลกด้วย

นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้กล่าวต่อไปว่า ยังจะต้องศึกษาวิเคราะห์กันต่อไปอีกนาน กว่าจะเป็นที่รู้ว่า ตะกอนที่ก้นทะเลสาปแห่งนี้จะให้หลักฐานว่ามีสิ่งมีชีวิต อย่างไรหรือไม่

ยาน Curiosity ไม่มีสมรรถนะที่จะค้นหาฟอสซิลจุลินทรีย์ที่อาจให้คำตอบในเรื่องนี้ได้ในทันที และศาสตราจารย์ Scott McLennan บอกว่า ก็จะต้องเก็บตัวอย่างเอาลงมาวิเคราะห์กันต่อไปบนพื้นโลก

แต่ในขณะนี้ Curiosity กำลังมุ่งหน้าไปทำงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แต่เดิม คือการสำรวจชั้นหินของ Mt. Sharp ซึ่งเป็นภูเขาสูงประมาณห้ากิโลเมตร

ศาสตราจารย์ Scott McLennan บอกว่า การศึกษาประวัติศาสตร์ของดาวอังคาร โดยการวิเคราะห์สิ่งที่แต่ละชั้นตะกอนเก็บบันทึกไว้นี้ ก็เหมือนกับการเปิดหนังสืออ่านทีละหน้า
XS
SM
MD
LG