ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

โพลล์ชี้ นศ.อเมริกันจำนวนมากเห็นว่า ‘เรียนเฉพาะทาง’ คุ้มกว่าเรียนข้ามสาขา


An academic advisor for the Alma College Model U.N. program listens to a student's presentation during class at Alma College, a tiny, north-central Michigan liberal arts school in Michigan.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:34 0:00

ค่าใช้จ่ายในการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐฯ ทำให้เกิดข้อถกเถียงถึงการเลือกวิชาเรียน เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุนเรียนระดับปริญญาตรี

Liberal Arts เป็นรูปแบบการศึกษาหนึ่งในอเมริกาที่เปิดกว้างในนักศึกษาเลือกเรียนวิชาต่างสาขาข้ามแขนงวิชาได้ เพื่อให้ผู้เรียนมีมุมมองที่กว้าง และตั้งคำถามจากการวิเคราะห์ในมิติต่าง ๆ ได้ดี

แต่ผลสำรวจความคิดเห็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชิ้นใหม่ ชี้ว่า พวกเขาอาจไม่เห็นประโยชน์จากการเรียนแบบ liberal arts เท่ากับคนยุคก่อน

ในการสอบถามความความคิดเห็นผู้ที่กำลังเรียนขั้นอุดมศึกษาในขณะนี้โดยบริษัท Gallup และเครือข่าย Strada Education Network เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว นักวิจัยถามผู้ตอบแบบสอบถาม 340,000 คนว่า รู้สึกถึงความคุ้มทุนในสาขาวิชาที่ตนเลือกเรียนอยู่หรือไม่

ผลปรากฏว่า ในกลุ่มผู้ที่เรียนสาขาอาชีพเฉพาะ หรือที่เน้นทักษะด้านเทคนิค มีคนมากถึงร้อยละ 57 ที่กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการเรียนสาขานี้คุ้มค่า

แต่สำหรับผู้ที่เรียนมหาวิทยาลัยตามรูปแบบปกติ ซึ่งรวมถึงการเรียนสาย liberal arts ด้วยมีเพียงร้อยละ 40 ของคนกลุ่มนี้เห็นว่าสิ่งที่พวกตนเรียนคุ้มค่าต่อการลงทุน

เดฟ เคลย์ตัน แห่ง Strada Education Network กล่าวว่า คนอเมริกันยุคปัจจุบัน ต้องการเรียนขั้นอุดมศึกษาที่ตรงกับสายงานมากขึ้น เขากล่าวว่า คนในอดีตอาจมีความคิดที่ต่างจากปัจจุบัน กล่าวคือคนยุคก่อนจำนวนมากมองว่า การเรียนขั้นอุดมศึกษาคือโอกาสแห่งการพัฒนาตนเอง

เท่าที่เป็นมาในอดีต คนจำนวนมากใช้เวลาในการเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อ ‘ลับคม’ ให้การความคิดและการมองโลก แม้ว่าบางคนเลือกเรียนวิชาเอกแบบเฉพาะ เช่น เศรษฐศาสตร์ แต่เขาก็อาจลงเรียนปรัชญา และวรรณกรรม คู่กันไปด้วย

เดฟ เคลย์ตัน กล่าวว่า ในปัจจุบันมีความต้องการมากขึ้นของผู้เรียนที่จะได้ทักษะที่เห็นผลชัดเจนเมื่อเรียนจบขั้นอุดมศึกษา ความคิดดังกล่าวยิ่งเห็นได้ชัดขึ้นในกลุ่มนักศึกษาที่มีทุนรอนจำกัด

อย่างไรก็ตาม มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดถึงความสำคัญของความรู้ที่กว้างและมุมมองที่แตกต่าง

บริษัทใหญ่ ๆ หลายแห่ง ไม่ได้เพียงแต่มองหานักศึกษาที่มีความรู้เฉพาะทางเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิล เคยกล่าวไว้เมื่อ 10 ปีก่อนว่า สิ่งที่บริษัทสรรสร้างขึ้นและโดนใจคนนั้นเป็นผลของการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและ liberal arts

ส่วนกูเกิล บริษัทไฮเทคยักษ์ใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ศึกษาคุณลักษณะของผู้บริหารระดับสูงที่ทำงานมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ผลปรากฏว่าคุณลักษณะด้านการเป็นผู้นำ และความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่น อยู่ในลำดับที่สูงกว่าทักษะทางเทคนิคอย่างมาก

ทิโมธี เบิร์ก หนึ่งในผู้อำนวยการขององค์กร Aydelotte Foundation กล่าวว่า ตัวอย่างของความสำคัญของการศึกษาแนว liberal arts ในระดับโลก ยังเห็นได้จากการที่สถาบันการศึกษาในยุโรปและเอเชีย นำเสนอแนวทางการศึกษาลักษณะนี้ให้กับนักศึกษาในประเทศของตนด้วย

ดังนั้น เขาจึงเห็นว่ามุมมองที่ว่าการเรียน liberal arts ไม่คุ้มค่า อาจมีปัญหามาจากการถ่ายทอดที่ยังไม่ชัดเจนให้ผู้เรียนทราบถึงประโยชน์จากการศึกษารูปแบบนี้

ทิมโมธี เบิร์ก กล่าวว่า ผู้สอน liberal arts ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขาสอนนักศึกษา แต่ควรเปลี่ยนวิธีอธิบายว่าสิ่งที่เรียนอยู่นั้น มีประโยชน์อย่างไรกับงานในโลกแห่งความจริงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาเชื่อว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนสาขานี้เข้าใจดีขึ้น ว่าพวกเขาจะนำสิ่งที่เรียนไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรในอนาคต

XS
SM
MD
LG