ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ญี่ปุ่นเตรียมปลดล็อคนโยบายควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ หลังการระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย


Virus Outbreak Japan

รัฐบาลญี่ปุ่นตอบรับกับเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจ ด้วยการประกาศแผนผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายนเป็นต้นไป สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว แต่การปลดล็อคนี้ยังจะไม่มีผลต่อ นักท่องเที่ยว ตามรายงานของสำนักข่าว เอพี

ภายใต้นโยบายดังกล่าว ทุกคนที่จะเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสจากผู้พัฒนาที่ทางการญี่ปุ่นยอมรับและอนุมัติ โดยบุคคลที่จะสามารถใช้สิทธิ์ได้นี้ต้องเป็นผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน รวมทั้งผู้ที่เป็นนักเรียน-นักศึกษาต่างชาติ และแรงงานต่างชาติประเภทที่มาทำงานภายใต้โครงการฝึกงานด้านเทคนิคเท่านั้น โดยทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วันด้วย

นอกจากนั้น สถาบันการศึกษาและบริษัทที่เป็นสปอนเซอร์ให้กับนักเดินทางกลุ่มข้างต้นต้องยื่นเอกสารพร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมที่คนเหล่านั้นจะต้องทำและวิธีการเฝ้าระวังอาการมาประกอบการพิจารณาด้วย

สำหรับชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์เดินทางกลับเข้าประเทศ ทุกคนจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งปรับลดลงจากเงื่อนไข 10 วันที่บังคับใช้มาตลอด

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งปิดพรมแดนไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมาตั้งแต่เดือนมกราคม ยกเว้นผู้ที่มีเอกสารอนุญาตพิเศษและผู้ที่เดินทางเข้ามาเพื่อจุดประสงค์เกี่ยวกับงานด้านมนุษยธรรมเท่านั้น

ขณะเดียวกัน เซอิจิ คิฮารา รองหัวหน้าเลขานุการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า รัฐบาลกรุงโตเกียวตั้งเป้าจะอนุญาตให้คณะท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปด้วย

รายงานข่าวระบุว่า อัตราการติดเชื้อรายวันของญี่ปุ่นเริ่มลดลงมาตั้งแต่เดือนกันยายน เนื่องมาจากการแจกจ่ายวัคซีนที่เพิ่มสูงประกอบกับพฤติกรรมการสวมใส่หน้ากากของประชาชน

ปัจจุบัน ประชากรสัดส่วน 73% ของญี่ปุ่นได้รับวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว

ในวันศุกร์ตามเวลาในญี่ปุ่น กรุงโตเกียวรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 25 ราย ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่า 30 รายมาเป็นเวลา 9 วันติดต่อกันแล้ว ขณะที่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีนั้นอยู่ที่ 158 ราย โดยมีตัวเลขผู้ป่วยสะสมอยู่ที่กว่า 1.72 ล้านคน และตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมที่ราว 18,300 ราย

(ที่มา: สำนักข่าว เอพี)

XS
SM
MD
LG