ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

งานวิจัยชี้ 'ภาวะโลกร้อน' ทำให้พายุรุนแรงขึ้น แต่ความถี่ไม่เปลี่ยนแปลง


Tropical Weather North Carolina
please wait

No media source currently available

0:00 0:03:04 0:00

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า พายุเขตร้อนบางลูกเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลก แต่บางลูกก็ไม่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน

โจเอล ไคลน์ (Joel Cline) นักอุตุนิยมวิทยาแห่งสำนักงานสมุทรศาสตร์เเละชั้นบรรยากาศโลกแห่งชาติสหรัฐฯ (National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือ NOAA กล่าวว่า แม้ขณะนี้จะเกิดพายุเขตร้อนขึ้นทีเดียวหลายลูกในหลายๆ จุดทั่วโลก แต่เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาเเล้วหลายครั้งในอดีต

ในราวกลางเดือนกันยายนของทุกปี จะเป็นฤดูของพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตเเลนติก ดังนั้น ในช่วงเดือนนี้จึงมีโอกาสที่จะเกิดพายุขึ้นหลายลูกในเวลาเดียวกันในซีกโลกทั้งสองซีก

แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์ไม่คิดว่า การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกจะทำให้เกิดพายุเฮอร์ริเคนเพิ่มขึ้นตามไปด้วยแต่อย่างใด

ทอม นัทสัน (Tom Knutson) นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศโลก แห่งสำนักงาน NOAA ที่สหรัฐฯ กล่าวว่า มีผลการศึกษามากมายที่ชี้ว่าโดยรวมเเล้วเกิดพายุจำนวนน้อยครั้งลงเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม นัทสัน กล่าวว่า ผลการศึกษาเหล่านี้มักสรุปว่าพายุเขตร้อนเหล่านี้มีความแรงมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย เเละส่วนหนึ่งเป็นพายุเฮอร์ริเคนระดับความเเรงที่ 4 หรือ 5

นัทสันและผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนกล่าวเตือนว่า ควรระมัดระวังในการสรุปว่าพายุเฮอร์ริเคนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกเสมอไป

ไบรอัน เเม็คโนล์ดี้ (Brian McNoldy) นักวิทยาศาสตร์ด้านชั้นบรรยากาศโลกที่มหาวิทยาลัยไมอามี กล่าวว่า ข้อมูลที่บันทึกไว้เกี่ยวกับพายุเฮอร์ริเคนถือว่ายังน้อยเกินไปที่จะสรุปความเกี่ยวข้องนี้ได้อย่างมั่นใจ

ในขณะที่ข้อมูลบันทึกระดับอุณหภูมิที่น่าเชื่อถือได้ย้อนกลับไปกว่าหนึ่งร้อยปีที่แล้วในเกือบทั่วโลก เเต่การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพายุเฮอร์ริเคนเริ่มขึ้นหลังเริ่มใช้ดาวเทียมในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980

นักวิทยาศาสตร์ค่อนข้างมั่นใจว่า การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศโลกเป็นเหตุให้ภาวะฝนตกหนักเกิดบ่อยขึ้น ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นทำให้มีการระเหยของน้ำไปสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น เเละอากาศที่อุ่นขึ้นสามารถเก็กกักน้ำได้ในปริมาณมากขึ้น

นักวิจัยกลุ่มหนึ่งได้ประมาณว่า ครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำฝนจากพายุเฮอร์ริเคนที่ตกในจุดที่มีปริมาณน้ำฝนมากที่สุด เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

นัทสันเห็นด้วยในหลักการนี้ เเต่ไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ เขากล่าวว่ายังไม่พบหลักฐานที่เเสดงว่าพายุเฮอร์ริเคนทำให้มีปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ของสหประชาชาติ (United Nations Intergovernmental Panel on Climate Change) หรือ IPCC รายงานว่า มีความมั่นใจระดับปานกลางในประเด็นที่ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเกี่ยวข้องกับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนัก

ขณะที่พายุเฮอร์ริเคนฟลอเรนซ์ถาโถมเข้าใส่รัฐเเคโรไลน่าของสหรัฐฯ ผลการศึกษาชิ้นล่าสุดชิ้นหนึ่งชี้ว่า พายุเฮอร์ริเคนเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่ช้าลงกว่าเดิม ทำให้มีเวลาสร้างความเสียหายเเก่พื้นที่มากขึ้น

XS
SM
MD
LG