ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เปิดผลวิจัย “ความซื่อสัตย์สยบความโลภ” ได้หรือไม่? เมื่อเห็นกระเป๋าสตางค์ตกอยู่


please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:50 0:00

คงไม่มีใครอยากที่จะกระเป๋าสตางค์หาย และเช่นเดียวกันคุณก็ไม่อยากรู้สึกว่าเป็นคนไม่ดี ถ้าว่าเป็นผู้พบกระเป๋าสตางค์ที่ตกอยู่แล้วไม่พยายามนำไปคืนเจ้าของ

แน่นอนว่าแทบไม่มีใครต้องการอยู่กับความรู้สึกที่ว่า “เราคือคนขโมยของผู้อื่น” แต่สำนึกนี้จะสามารถเอาชนะความเย้ายวนใจของเงินในกระเป๋าสตางค์ที่เก็บได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องศึกษา

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐฯ นำโดยอาจารย์อาเลี่ยน โคห์น (Alian Cohn) พยายามหาคำตอบในเรื่องนี้ งานวิจัยของเขาได้ทดสอบพฤติกรรมของคนในหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นการศึกษาเรื่องความซื่อสัตย์ในหลากหลายวัฒนธรรมเป็นครั้งแรกของโลก

ในการทดลองครั้งนี้ กระเป๋าสตางค์ทั้งหมด 17,303 ใบถูกนำไปวางไว้ตามสถานที่สถานธารณะตามเมืองใหญ่ 355 แห่งทั่วโลก บางใบมีเงินสกุลท้องถิ่นของประเทศต่างๆ แปลงเป็นเงินไทยราว 400 กว่าบาท แต่บางใบไม่มีเงินอยู่เลย

หากลองคิดว่าคุณเป็นผู้เจอกระเป๋าสตางค์วัดใจเหล่านี้ คุณจะทำอย่างไรกับมัน?

ถ้าคุณนำมันไปคืน คุณคือคนส่วนใหญ่ ตามผลของการศึกษาชิ้นนี้

อาจารย์อาเลี่ยน โคห์น และคณะ พบว่าคนใน 38 ประเทศจากทั้งหมด 40 ประเทศมีเเนวโน้มที่จะคืนกระเป๋าสตางค์มากกว่าที่จะเก็บไว้เอง และถ้าเปิดไปแล้วพบเงิน ความเป็นไปได้ที่จะถูกนำไปคืนเจ้าของยิ่งมากขึ้น จาก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็น 51 เปอร์เซ็นต์

นักวิจัยสนใจด้วยว่าถ้าเงินมีมูลค่ามากขึ้นเป็นเกือบ 3,000 บาท ปฏิกิริยาของคนจะเป็นอย่างไร?

พวกเขาเพิ่มเเรงจูงใจด้วยเงินในสามประเทศ คือโปแลนด์ สหรัฐฯ และอังกฤษ แต่ปรากฏว่าผลที่ได้กลับตรงกันข้าม คือคนยิ่งนำกระเป๋าสตางค์ไปคืน จากร้อยละ 61 เป็นร้อยละ 72

ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะคณะวิจัยระบุว่าทั้งผู้คาดเดาผลจากการเพิ่มเงินในกระเป๋าสตางค์ ที่บุคคลซึ่งเชี่ยวชาญและไม่เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ต่างบอกว่ายิ่งเจอเงินมาก คนก็น่าจะเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้เองมากขึ้น และถ้ายิ่งเพิ่มปัจจัยอื่นที่สำคัญต่อเจ้าของ แต่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้เก็บกระเป๋าสตางค์ได้ อย่างเช่น กุญเเจ ความอยากคืนก็จะเพิ่มขึ้น

ผลการทดลองชี้ว่า คนใน 40 ประเทศมีพฤติกรรมซื่อสัตย์ไปในทางเดียวกัน โดยมีสวิตเซอร์เเลนด์ และนอร์เวย์ เป็นประเทศที่คนจะคืนกระเป๋าสตางค์มากที่สุด และที่รั้งท้ายคือ จีนและโมรอคโค

และเมื่อถามต่อไปว่าการทดลองนี้มีประโยชน์อย่างไร มากกว่าความสบายใจที่ได้รับว่า เราน่าจะได้กระเป๋าสตางค์คืนหากทำมันหล่นหาย?

นักวิชาการบอกว่า รัฐอาจใช้ข้อมูลเรื่องนี้ไปวางนโยบายให้ประชาชนมีความซื่อสัตย์ทางธุรกิจและสังคมได้ เพราะดูเหมือนว่ามนุษย์เราให้คุณค่ากับความเป็นคนดี และรับรู้ได้ถึงความลำบากของผู้อื่น

แต่คำถามที่ผลงานวิจัยนี้ยังไม่ได้ตอบ คือ เหตุใดคนยังเลือกที่จะโกงในโอกาสอื่นๆ และผู้วางนโยบายจะกระตุ้นให้คนซื่อสัตย์ได้อย่างไร ในสถานการณ์เหล่านั้น

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Kerry Hensley)


XS
SM
MD
LG