ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สถาบันอุดมศึกษาขนาดเล็กหลายแห่งในอเมริกาปิดตัวลงท่ามกลางแรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย


please wait

No media source currently available

0:00 0:03:42 0:00

ในการทำสำรวจของบริษัท Gallup ที่สอบถามผู้บริหารมหาวิทยาลัยกว่า 400 แห่งทั่วสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว ร้อยละ 70 ของกลุ่มตัวอย่าง ระบุว่า เห็นด้วยกับรายงานข่าวที่ว่าสถาบันอุดมศึกษาในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงิน

ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยขนาดเล็กหลายแห่งตัดสินใจปิดตัวลง เช่น St. George’s University ในรัฐโอคลาโฮมา Memphis College of Art และ Grace University ในรัฐเนแบรสกา

Valerie Calderon นักวิจัยของบริษัท Gallup กล่าวว่า ความเชื่อที่ว่าสถาบันการศึกษากำลังประสบปัญหาทางการเงิน อาจมีเหตุผลมาจากการที่คนอเมริกันจำนวนมากไม่มีเงินพอที่จะเรียนมหาวิทยาลัย

หน่วยงาน National Student Clearinghouse ระบุว่าจำนวนนักศึกษาที่ลงเรียนในสถาบันอุดมศึกษาลดลง 1.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว จากปีก่อนหน้านั้น

ผู้สันทัดกรณีเรื่องการศึกษาของสหรัฐฯ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังแบกรับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น ขณะเดียวกัน นักวิจัยชี้ให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่สอดคล้องกัน ที่ว่าค่าเล่าเรียนตามสถาบันอุดมศึกษาสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

Ken Redd นักวิจัยจากสมาคม National Association of College and University Business Officers บอกว่า ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการศึกษา ส่วนหนึ่งมาจากบริการที่มหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นมา ที่ไม่ใช่เรื่องการสอน เช่น ค่าจ้างผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักศึกษา

อีกตัวอย่างหนึ่งที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย คือกฎของรัฐบาลที่มีขึ้นเมื่อสามปีก่อน ที่ให้สถาบันการศึกษาต้องดำเนินการเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการละเมิดทางเพศและการกีดกันทางเพศ ซึ่ง Ken Redd กล่าวว่าเป็นงานที่ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น

เมื่อสถาบันการศึกษาต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วยการขึ้นค่าเทอม ผู้ที่อยู่ในวัยเข้ามหาวิทยาลัยจึงเลือกที่จะไม่เรียนระดับอุดมศึกษา

และในกรณีที่สถาบันอุดมศึกษาไม่สามารถรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและต้องปิดตัวลง เขตที่อยู่อาศัยบางแห่งที่เดิมทีมีมหาวิทยาลัยน้อยอยู่แล้ว อาจจะขาดสถาบันที่อยู่ใกล้ชุมชนพอ จนทำให้คนในเขตดังกล่าวเลือกที่จะไม่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน

Ken Redd ให้ตัวเลขที่น่าจะช่วยอธิบายสถานการณ์ดังกล่าว เขาบอกว่า ร้อยละ 80 ของนักศึกษาในสหรัฐฯ ลงเรียนในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในรัศมี 20 ไมล์ หรือ 32 กิโลเมตรจากที่อยู่อาศัยของตน ดังนั้นเมื่อความสะดวกเรื่องการเดินทางหายไป หลายคนจึงขาดแรงจูงใจที่จะเรียนปริญญาตรี

อย่างไรก็ตาม Richard Ekman จากหน่วยงาน Council of Independent Colleges ไม่เห็นด้วยกับการด่วนสรุปว่ากำลังเกิดวิกฤตกับสถาบันอุดมศึกษา เขาบอกว่าสถาบันที่เลิกกิจการไปจำนวนมาก คือมหาวิทยาลัยที่ถูกซื้อไปในการควบรวมกิจการโดยสถาบันที่ใหญ่กว่า

นอกจากนี้ เขาบอกว่าสถาบันบางแห่งสามารถปรับตัวได้ดี ด้วยการนำเสนอหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักศึกษา ตัวอย่างเช่น Hartwick College ที่เมือง Oneonta ในรัฐนิวยอร์ก นำเสนอการเรียนการสอนเรื่องการผลิตเบียร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วในบริเวณดังกล่าว

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานของผู้สื่อข่าว Pete Musto)

XS
SM
MD
LG