ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

เงินแลกความสุขได้จริงหรือไม่? หรือการให้จะสามารถสร้างความสุขได้มากกว่า?


FILE - A beggar asks for money from people sitting at a shopping mall in Shanghai, China, Apr. 19, 2012. Many of China's nouveau riche now are thinking of giving back to society.
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:04 0:00

นักวิจัยทดลองหาคำตอบเรื่องนี้โดยให้นักศึกษามหาวิทยาลัยในเยอรมนีกลุ่มหนึ่ง จำนวนราว 300 คน เลือกระหว่างการได้เงิน 100 ยูโรเก็บไว้ใช้เอง กับการไม่รับเงินแต่จะมีการมอบเงิน 350 ยูโรเพื่อช่วยผู้ป่วยเป็นวัณโรค

ผลการศึกษาได้พบว่า นักศึกษาที่ตัดสินใจไม่รับเงินและให้บริจาคเพื่อช่วยผู้ป่วยนั้น มีความสุขเฉพาะในช่วงแรก แต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะเมื่อราวหนึ่งเดือนผ่านไปนักศึกษากลุ่มที่ตัดสินใจไม่รับและให้บริจาคเงินแทนนั้น รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขน้อยกว่ากลุ่มที่ตัดสินใจเก็บเงินไว้ใช้เอง

นักวิจัยยังไม่แน่ใจว่าเหตุผลที่แท้จริงของเรื่องนี้คืออะไร? ซึ่งอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานะทางเศรษฐกิจของกลุ่มนักศึกษา ที่อาจรู้สึกว่าตัวเองรู้วิธีใช้เงินอย่างมีความสุขมากกว่าหรือไม่? ซึ่งนักวิจัยก็ยอมรับว่าต้องพยามหาคำตอบเรื่องนี้ต่อไป

ผลการศึกษาที่ว่านี้ดูจะสวนทางกับความเข้าใจที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เรื่องประโยชน์หรือความสุขจากการให้หรือการบริจาค เพราะผลการศึกษาที่เคยมีมาได้พบว่า การบริจาคช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่เรียกว่า reward center ที่ปล่อยสารเคมีซึ่งทำให้คนเรานั้นมีความรู้สึกที่ดีออกมา

การศึกษายังพบด้วยว่า ผู้ที่มีจิตอาสาหรือทำงานเป็นอาสาสมัครนั้นจะมีความเครียดน้อยลง ช่วยลดปัญหาความสลดหดหู่ แล้วช่วยให้เรามีอายุยืนยาวมากขึ้นด้วย

นักวิจัยอธิบายว่าเหตุผลสำคัญของเรื่องนี้ก็คือ การให้หรือการบริจาคนั้นทำให้เรารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และรู้สึกว่าได้พบกับความหมายของชีวิต ส่วนผลการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์หรือคุณค่าของ "การให้" อีกด้านหนึ่ง บ่งชี้ว่า การให้ช่วยลดความดันโลหิตและทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น

โดยประโยชน์จากการให้ดังกล่าว มีนัยสำคัญต่อหัวใจพอ ๆ กับการทานอาหารที่ดีมีประโยชน์และการออกกำลังกายเลยทีเดียว

แง่มุมที่น่าสนใจอีกอย่างเกี่ยวกับประโยชน์ของการให้ ก็คือการให้ช่วยให้เรามีความรู้สึกอ่อนไหวต่อการรับ หรือรู้สึกเรื่องความเจ็บปวดน้อยลง

โดยการศึกษาชิ้นหนึ่งได้พบว่า คนที่บริจาคเงินช่วยเหลือเด็กกำพร้าจะรู้สึกไวต่อการถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟ้าน้อยกว่าผู้ที่ไม่บริจาคเงิน หรือถ้าพูดอีกอย่างก็คือ คนใจบุญอาจจะทนต่อความเจ็บปวดได้ดีกว่าคนที่ใจแข็งนั่นเอง

แต่ไม่ว่าการให้หรือการบริจาค เมื่อเทียบกับการเก็บเงินไว้ใช้เอง อะไรจะสร้างความสุขได้มากกว่าก็ตาม แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าน่าจะเป็นเรื่องของความตั้งใจ ไม่ว่าจะให้มาก ให้น้อย ให้ทันที หรือว่าเก็บไว้ก่อนแล้วค่อย ๆ ให้ก็ตาม ดังคำกล่าวที่ว่า “It’s the Thought that Counts” หรือสิ่งสำคัญที่สุดของการให้นั้นอยู่ที่ความตั้งใจนั่นเอง

XS
SM
MD
LG