ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สื่อต่างชาติรายงานเหตุยิงกราดหนองบัวลำภู-นานาชาติร่วมแสดงความเสียใจ


In this image taken from video, a distraught woman is comforted outside the site of an attack at a daycare center, Thursday, Oct. 6, 2022,

สื่อต่างชาติรายงานเหตุสลดยิงกราดในจังหวัดหนองบัวลำภู ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย ซึ่งรวมถึงเด็ก 24 คน ขณะที่ รัฐบาลนานาชาติร่วมแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

การยิงกราดที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งหนึ่งในวันพฤหัสบดี โดยอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับยาเสพติดและกำลังถูกดำเนินคดีในชั้นศาลจากข้อหาดังกล่าว กลายเป็นประเด็นข่าวที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจนำเสนอทันที

Thailand Childcare Center Shooting
Thailand Childcare Center Shooting

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสื่อในไทย ว่า ปัญญา คำราบ อดีตนายตำรวจวัย 34 ปี คือ ผู้ก่อเหตุสลดครั้งนี้

หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 34 คนในศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ที่มีเด็ก ๆ อยู่ราว 30 คน โดยมือปืนบุกเข้าไปในพื้นที่เวลา 12.30 น. ซึ่งเป็นเวลานอนพักกลางวันของเด็ก ๆ ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ โดยในกลุ่มเด็กที่เสียชีวิตนั้นมีบางรายที่มีอายุเพียง 2 ขวบเท่านั้น

ซีเอ็นเอ็น รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งไปขึ้นศาลในจังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนจะบุกเข้ายิงกราดในศูนย์รับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ “ขณะที่เด็ก ๆ กำลังนอนกันอยู่” ส่วน แอลเอ ไทมส์ อ้างข้อมูลจากคำแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หลังก่อเหตุแล้ว มือปืนพยายามหลบหนีจนขับรถชนผู้คนไปหลายคนด้วย

Thailand Childcare Center Shooting
Thailand Childcare Center Shooting

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า พยานในเหตุการณ์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของศูนย์รีบล็อกประตูทันทีเมื่อเห็นมือปืนปรากฎตัวขึ้นพร้อมอาวุธ แต่นายปัญญาก็ใช้ปืนยิงประตูบุกเข้าไปภายในจนได้

รายงานข่าวที่อ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า นายปัญญา ยิงเจ้าหน้าที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก 4-5 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องแก่คนหนึ่ง ก่อนจะบุกเข้าไปในห้องที่เด็ก ๆ นอนกลางวันอยู่ แต่ข่าวระบุด้วยว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่านี้ ถ้าผู้ปกครองหลายคนไม่ตัดสินใจให้ลูก ๆ อยู่บ้านเนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน เพราะพายุฝนฟ้าคะนองหนักในช่วงนี้

รายงานชิ้นนี้ยังอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายปัญญาใช้ปืนลูกซอง ปืนสั้น และมีดในการก่อเหตุ ก่อนจะหลบหนีจากจุดเกิดเหตุและขับรถกลับไปยังบ้านของตน และสังหารภรรยาและลูก พร้อมตัวเองในเวลาต่อมา

พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า มือปืนใช้ปืนพกขนาด 9 ม.ม.ของตนเองในเหตุการณ์ครั้งนี้ และกล่าวว่า ตนเชื่อว่า นายปัญญาน่าจะกระทำการต่าง ๆ ขณะที่ตกอยู่ในฤทธิยาแอมเฟตามีนอยู่

และขณะที่การสืบสวนหาสาเหตุของการยิงกราดครั้งนี้ยังดำเนินอยู่ มีหลายฝ่ายที่สงสัยว่า นายปัญญา น่าจะมีปัญหาด้านสุขภาพจิตด้วย

รายงานจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า มีประชาชนราว 1.5 ล้านคนในไทยที่ประสบภาวะซึมเศร้าอยู่ในเวลานี้

ขณะที่ นิวยอร์กไทมส์ ชี้ว่านี่คือ เหตุยิงกราดที่ร้ายแรงที่สุดในไทย นับตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 2020 ที่นายทหารรายหนึ่งใช้ปืนไรเฟิลยิงเข้าใส่ผู้คนในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 29 ราย สื่อต่างชาติทุกแห่งระบุเหมือนกันว่า เหตุ 'การยิงกราด' นั้นถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยในไทย แต่การที่มีอาวุธปืนนับพันกระบอกกระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศนั้น เป็นประเด็นที่ทางการไทยกังวลอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับโอกาสการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงจากการใช้ปืน

นิวยอร์กไทมส์ ยังอ้างอิงข้อมูลจาก gunpolicy.org ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรภายใต้มหาวิทยาลัยแห่งซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และรายงานว่า มีปืนอยู่กว่า 10.3 ล้านกระบอกในไทยที่ประชาชนเป็นเจ้าของ ในปี ค.ศ. 2017 โดยมีเพียงราว 6 ล้านกระบอกเท่านั้นที่มีการขึ้นทะเบียนไว้กับเจ้าหน้าที่

และเมื่อคำนวณดูจากจำนวนประชากรของประเทศที่ราว 69 ล้านคน อัตราการครอบครองปืนของประชาชนนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน ซึ่งยังต่ำกว่าในสหรัฐฯ ในปีเดียวกันที่ 120 กระบอกต่อประชากร 100 คน

ถึงกระนั้น นิวยอร์กไทมส์ชี้ว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีอัตราการครอบครองปืนโดยพลเรือนและอัตราการเกิดการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ทั้งยังเป็นตลาดใต้ดินสำหรับการซื้อขายอาวุธปืนที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการ Human Rights Watch บอกกับ วีโอเอ ว่า ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการควบคุมปืน และควรมีการลงมือทำการบางอย่างเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ด้แล้ว

โรเบิร์ตสัน ระบุในอีเมล์ที่ส่งให้ วีโอเอ ว่า “โศกนาฎกรรมที่ไม่มีใครคาดคิดถึงมาก่อนนี้คือ สัญญาณเรียกร้องให้มีการลงมือแก้ปัญหา สิ่งที่ชัดเจนแล้วก็คือ ประเทศไทยนั้นเต็มไปด้วยปืน ทั้งแบบที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และนี่คือเหตุยิงกราดครั้งที่สองในรอบสองปี ถึงเวลาที่ไทยจะตื่นขึ้นมาและตระหนักว่า การปกป้องประชาชนชนนั้นหมายถึง การควบคุมสถานการณ์ให้ได้ มากกว่าจะมองว่านี่คือ เหตุการณ์ที่ ‘เกิดขึ้นครั้งเดียว’ ซึ่งไม่ต้องใส่ใจมากก็ได้”

และภายหลังมีรายงานข่าวสลดนี้ออกมา ผู้นำและตัวแทนรัฐบาลหลายประเทศได้ออกมาแสดงความเสียใจกันทันที

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า “สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดหนองบัวลำภู เรายืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวไทย และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต รวมทั้งครอบครัวของพวกเขา”

ส่วน ลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ทวีตข้อความที่ระบุว่า “ดิฉันตกใจที่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในประเทศไทย ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับผู้ที่ได้รับกระทบทุกคนและส่งความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สหราชอาณาจักรยืนหยัดเคียงข้างไทยในช่วงเวลาอันน่าหดหู่นี้

และ แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เป็นผู้นำโลกอีกรายที่ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อเหตุสลดนี้ โดยระบุว่า “ข่าวอันน่าเศร้าสลดใจในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะทำใจได้ ชาวออสเตรเลียทุกคนขอแสดงความห่วงใยและความเสียใจต่อเหตุการณ์ครั้งนี้”

  • ที่มา: วีโอเอ เอพี รอยเตอร์ นิวยอร์กไทมส์ เดอะ การ์เดียน แอลเอ ไทมส์
XS
SM
MD
LG