ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ฉลากเตือนการใช้พลังงานอาจช่วยลดการบริโภคได้เฉลี่ย 200 แคลอรี่ต่อวัน


This product sold in a supermarket carries the labels required by law to show the levels of calories, sugars and fats, in Santiago, Chile, June 27, 2016
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:20 0:00


โดยปกติแล้วผู้ชายต้องการค่าพลังงานประมาณ 2,500 กิโลแคลอรีต่อวัน และราว 2,000 กิโลแคลอรีต่อวันสำหรับผู้หญิง สำหรับการทำงานต่าง ๆ ของร่างกาย ตั้งแต่การหายใจไปจนถึงการเคลื่อนไหว

เนื่องจากอาหารทุกอย่างที่เราทานมีต้นทุนด้านพลังงานแตกต่างกัน ดังนั้นข้อเท็จจริงก็คือ เมื่อเราทานมากเกินไปและใช้น้อยกว่าที่ทาน ค่าพลังงานส่วนเกินนี้จะเหลือสะสมทีละเล็กทีละน้อยทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักตัวเกินและความอ้วนขึ้นได้

แต่นักวิจัยที่มหาวิทยาลัย Loughborough ของอังกฤษ ผู้ศึกษารายงาน 14 ชิ้น ได้เสนอว่าถ้ามีการติดป้ายฉลากกำกับอาหารแต่ละประเภทโดยไม่ได้บอกเฉพาะค่าแคลอรี่เท่านั้น แต่ระบุด้วยว่าอาหารซึ่งมีค่าแคลอรีจำนวนนี้จะต้องใช้เวลากี่นาทีกับกิจกรรมอะไรบ้าง เช่น การเดินหรือการวิ่งเพื่อกำจัดให้หมดสิ้น เรื่องนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจและความตื่นตัวสำหรับผู้บริโภคได้มาก

นักวิจัยยกตัวอย่าง เครื่องดื่มประเภทซอฟท์ดริงค์ผสมน้ำตาลหนึ่งกระป๋องที่มีค่าแคลอรี่ 138 หน่วย ต้องใช้เวลาวิ่ง 13 นาทีหรือเดิน 26 นาทีในการกำจัด

ขนมขบเคี้ยวหนึ่งถุงที่มีค่าแคลอรี่ 171 หน่วยต้องใช้เวลาวิ่ง 16 นาทีหรือเดิน 31 นาที

ซีเรียลหนึ่งถ้วยที่ทานตอนเช้ามีแคลอรี่ 172 หน่วยและต้องวิ่ง 16 นาทีหรือเดิน 31 นาทีจึงจะใช้หมด

ช็อกโกแลตแผ่นซึ่งประกอบด้วยค่าพลังงาน 229 แคลอรี่ ผู้ทานต้องวิ่งถึง 22 นาทีหรือเดิน 42 นาทีเพื่อกำจัด

มัฟฟินบลูเบอรี่หนึ่งชิ้นที่มี 265 แคลอรี่ การจะใช้ค่าพลังงานนี้ให้เหลือศูนย์ต้องอาศัยการวิ่ง 25 นาทีหรือเดิน 48 นาที

ส่วนแซนด์วิชไก่ที่ใส่เบคอนซึ่งมีแคลอรี่สูงถึง 445 หน่วยนั้น ผู้ทานต้องวิ่งถึง 42 นาทีหรือเดินนานถึง 1 ชั่วโมง 22 นาทีเพื่อกำจัดให้หมดไป

นักวิจัยเชื่อว่า การปิดป้ายฉลากแบบนี้เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและเข้าใจว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะต้องใช้พลังงานออกไปอย่างไร และนานเท่าใด เพื่อไม่ให้เหลือสะสมในร่างกาย จะช่วยลดการบริโภคเกินความจำเป็นได้เฉลี่ยถึง 200 แคลอรี่ต่อคนต่อวัน

XS
SM
MD
LG