ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ตรวจสอบข่าว: รัสเซียมอบ 'ของขวัญจากใจ' ให้เคอร์ซอน จริงหรือ


Ukrainian soldiers inspect a damaged Russian tank in the recently retaken village Chornobaivka near Kherson, Ukraine, Tuesday, Nov. 15, 2022. (AP Photo/Efrem Lukatsky)
อิกอร์ โคนาเชนคอฟ

อิกอร์ โคนาเชนคอฟ

โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

“มีการเคลื่อนย้ายบุคลากร อาวุธ และยุทโธปกรณ์ทางทหารทุกอย่างของ(รัสเซีย) มาทางฝั่งซ้าย(ของแม่น้ำ)แล้ว”

เท็จ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กองกำลังรัสเซียในยูเครนประสบความปราชัยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำสงครามรุกรานยูเครนมา หลังถูกบีบให้ต้องถอนทัพออกจากเมืองเคอร์ซอน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเขตปกครองแห่งเดียวที่มอสโกยึดครองไว้ได้

และในวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ออกมาให้ข่าวว่า การถอนกำลังนั้นเกิดขึ้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และอ้างด้วยว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหาร อาวุธหรือยุทโธปกรณ์ทางทหารแม้แต่ชิ้นเดียวที่หลงเหลืออยู่ที่ฝั่งขวาของแม่น้ำดนิโปร

โคนาเชนคอฟ กล่าวว่า:

“ในวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 5 นาฬิกาตามเวลาของกรุงมอสโก ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายทหารรัสเซียกลุ่มหนึ่งในเคอร์ซอนไปยังฝั่งซ้ายของแม่น้ำดนิโปรเสร็จสิ้นสมบูรณ์เรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ทหารทุกคน อาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหารของกองได้ถูกถอนย้ายไปทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำแล้ว”

แต่ในเวลาไม่นาน ก็มีทั้งคลิปวิดีโอ ภาพข่าวและรายงานข่าวออกมาจากเคอร์ซอนมากมายที่แสดงให้เห็นถึงความจริงที่ขัดแย้งกับสิ่งที่โคนาเชนคอฟพูด

ก่อนที่จะรัสเซียจะรุกรานเข้ายูเครน ประชากรของเมืองเคอร์ซอนที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตก(ขวา)ของแม่น้ำดนิโปรมีอยู่ราว 280,000 คน ก่อนจะถูกยึดครองพร้อมกับพื้นที่รอบ ๆ ไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม และในเวลานี้ เชื่อกันว่า มีประชากรเหลืออยู่ประมาณ 80,000 คนเท่านั้น

หลังยูเครนได้รับมอบระบบยิงจรวดพิสัยไกล HIMARS ของสหรัฐฯ มาตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน กองทหารกรุงเคียฟก็สามารถทำลายสะพานต่าง ๆ ที่รัสเซียใช้เป็นเส้นทางส่งเสบียงคลังได้ไปหลายจุด ซึ่งตัดขาดเสบียงอาวุธ กระสุนและกำลังเสริมของรัสเซียไม่ให้เข้าไปในเคอร์ซอนได้สำเร็จ

Institute of War ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ให้ความเห็นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ว่า “พวกรัสเซียต้องหันไปพึ่งเรือในการขนส่งเสบียง อุปกรณ์และกำลังเสริมจากฝั่งตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ ... แต่ระบบเรือเฟอร์รีนั้นไม่เพียงพอสำหรับพลทหารราบยานเกราะราว 20,000 คนซึ่งทำหน้าที่รักษาฐานของตนที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไว้อยู่”

นอกจากนั้น ระบบอาวุธของยูเครนที่มีการปรับปรุงยกระดับขึ้นมีส่วนที่ทำให้กระบวนการถอนทัพของรัสเซียมีความยุ่งยากกว่าที่ควร

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นโกดังที่มีกระสุนปืนครกและกล่องบรรจุกระสุนอยู่มากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้มีการระบุว่า เป็นสิ่งที่กองกำลังทหารรัสเซียทิ้งเอาไว้ในหมู่บ้านบลาโกดัตโนเย ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเคอร์ซอนราว 12 ไมล์

ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ บอกว่า ทหารรัสเซียถอนทัพโดยไม่สู้เลยเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน และเคลื่อนย้ายออกไปด้วยรถบรรทุก ก่อนที่ ทหารยูเครนจะเคลื่อนพลเข้ามาในพื้นที่ในวันต่อมา และพบว่า มีอาวุธและกระสุนถูกทิ้งไว้ข้างหลังเต็มไปหมด

ขณะเดียวกัน ศูนย์ต่อต้านแห่งชาติ (National Resistance Center – NRC) ของกองกำลังยูเครน รายงานเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนเช่นกันว่า มีผู้พบเห็นทหารรัสเซียใส่เสื้อผ้าพลเรือนในพื้นที่ต่าง ๆ ในเมืองเคอร์ซอนด้วย โดยศูนย์แห่งนี้ระบุด้วยว่า ทหารเหล่านี้ถูกทิ้งเอาไว้ บางคนต้องเอาชุดเครื่องแบบและอุปกรณ์ที่บ่งชี้ได้ว่าเป็นของรัสเซียไปทิ้งในถังขยะ แต่ยังเก็บอาวุธของตนไว้ พร้อมให้ความเห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้อาจพยายามสร้างภาพให้คนเข้าใจผิดว่า มีประชากรในพื้นที่เมืองกำลังต่อต้านรัฐบาลยูเครนที่มาปลดปล่อยเคอร์ซอนก็เป็นได้

ส่วนหนังสือพิมพ์ The Moscow Times ซึ่งเป็นสื่ออิสระของรัสเซียที่มีที่ทำการอยู่ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ออกรายงานที่มีรายชื่ออาวุธซึ่งเชื่อว่า เป็นสิ่งที่กองกำลังรัสเซียทิ้งไว้ในเมืองเคอร์ซอน และระบุในรายงานข่าวเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ว่า “ตามข้อมูลจากกลุ่ม Z-publics ของรัสเซีย [ซึ่งเป็นชุมชนสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่ข้อความจากผู้ที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวแต่มีส่วนร่วมในสงครามยูเครน] รัสเซียได้ละทิ้งรถหุ้มเกราะไต้ฝุ่น 1 คัน [พาหนะต่อสู้ทางราบ] BMP-1 จำนวน 2 คัน [เครื่องยิงจรวด] Grad MRLS 1 เครื่อง และรถถัง 2 คัน เอาไว้ และทั้งหมดนี้ได้สร้างความขุ่นเคืองอย่างมากให้กับบรรดาผู้สนับสนุนการทำสงครามนี้”

The Moscow Times มั่นใจว่า รายงานเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางทหารที่รัสเซียทิ้งเอาไว้มีมูลที่น่าเชื่อถือได้ เพราะชุมชนทหารของยูเครนที่เป็นสมาชิกสื่อสังคมออนไลน์พากันนำเสนอคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า ทหารรัสเซียได้ทิ้งรถถังหลัก T-90M Proryv และเครื่องยิงจรวด Grad รวมทั้งอาวุธอื่น ๆ อีกมากมายจริง ๆ

นอกจากนั้น เว็บไซต์ Dialog.ua ของยูเครนที่ติดตามข่าวสารด้านการเมืองและสังคงในประเทศ ยังโพสต์ภาพของพาหนะต่อสู้ทางราบ BMP-1 “Basurmanin” ที่กองทัพรัสเซียทิ้งไว้ใกล้ ๆ เมืองเคอร์ซอน ขณะที่ บล็อก Oryx ที่เชี่ยวชาญด้านการทหารและรวบรวมข้อมูลรายชื่ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทั้งยูเครนและรัสเซียทำหายไปไว้อย่างครบถ้วน ออกรายงานที่ระบุว่า รัสเซียทิ้งพาหนะต่อสู้ทางราบเอาไว้ 2 คันเช่นกัน

และในวันที่ 12 พฤศจิกายน สถานีโทรทัศน์ Sky News TV ของอังกฤษเผยแพร่รายงานวิดีโอที่แสดงให้เห็นภายในพื้นที่โกดังแห่งหนึ่งที่มีกระสุนและอาวุธที่รัสเซียทิ้งไว้อยู่เต็มไปหมด โดยระบุว่า “ที่นี่คือที่ ๆ พวกรัสเซียเคยอยู่ พวกเขาทิ้งกระสุนจำนวนมหาศาลไว้ข้างหลัง มีลังบรรจุทิ้งไว้อยู่มากมาย พวกเขาละทิ้งจุดนี้ไปเมื่อราว 24 ชั่วโมงก่อนหน้า คือเหมือน จู่ ๆ พวกเขาก็หายตัวไปจากที่นี่ แต่ทุกท่านก็เห็นว่า มีระเบิดที่พวกเขาทิ้งไว้ข้างหลังมากมาย ... ทหารยูเครนได้เข้ายึดทั้งหมดนี้ไว้แล้ว”

หนังสือพิมพ์ Sun ของอังกฤษก็ตีเผยแพร่ภาพจากโกดังแห่งเดียวกันนี้ในรายงานข่าววิดีโอชิ้นหนึ่งของตนด้วย

และในวันที่ 13 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์เผยแพร่รายงานข่าววิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพขณะที่ ทหารยูเครนทำการตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ของรัสเซียซึ่งถูกกองทัพมอสโกทิ้งเอาไว้ โดยส่วนใหญ่นั้นต้องได้รับการซ่อมแซมก่อนจะใช้งานได้อีกครั้ง

กระทรวงกลาโหมยูเครนยังได้รวบรวมก่อนจะเผยแพร่โพสต์ต่าง ๆ ที่มีการแชร์ทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งยังมีการอ้างว่า ตนสามารถยึดรถถัง พาหนะส่วนบุคคลหุ้มเกราะ ปืนใหญ่ฮาววิตเซอร์ รถจี๊ป เครื่องยิงจรวดแบบพกพา และกล่องบรรจุกระสุนหลายสิบกล่องไว้ได้แล้ว

ทางกระทรวงฯ ยังทวีตข้อความออกมา โดยระบุว่า “คงจะใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์เป็นอย่างน้อยเพื่อแกะห่อของขวัญจากใจที่กลุ่มผู้ยึดครองชาวรัสเซียคิดรอบคอบก่อนจะมอบทิ้งไว้ให้แก่ #กองทัพยูเครน ในเขตปกครองเคอร์ซอน”

  • ที่มา: ฝ่าย Polygraph ของ วีโอเอ

XS
SM
MD
LG