ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักวิทยาศาสตร์ปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ เข้าใกล้เที่ยงคืน สะท้อนความเสี่ยงจากการสะสมนิวเคลียร์


Robert Rosner, chairman of the Bulletin of the Atomic Scientists, right, and Bulletin of the Atomic Scientists member Lawrence Krauss, left, unveil the Doomsday Clock during a news conference at the National Press Club in Washington, Jan. 25, 2018.

เป้าหมายหลักของการปรับนาฬิกาคือการเตือนเชิงสัญลักษณ์เพื่อให้เกิดการหารือกันของผู้กำหนดนโยบาย

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำปรับ ‘นาฬิกาวันสิ้นโลก’ หรือ ‘Doomsday Clock’ ให้ใกล้เวลาเที่ยงคืนขึ้นอีก 30 วินาที เพื่อสะท้อนความกังวลที่มากขึ้นเรื่องการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และปัญหาอากาศเปลี่ยนแปลงผิดธรรมชาติ

การปรับครั้งนี้ทำให้เข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกเหลืออีกสองนาทีก่อนเวลาเที่ยงคืน ถือเป็นระดับความเสี่ยงขั้นสูงสุดตั้งแต่ ค.ศ. 1953 ซึ่งเป็นช่วงที่สงครามเย็นกำลังร้อนระอุ

เมื่อปีที่แล้ว นาฬิกาวันสิ้นโลกถูกปรับเข้าใกล้เที่ยงคืนเช่นกัน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งในครั้งนั้น นักวิชาการกังวลเรื่องที่เขามีท่าทีไม่เอื้อต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์

ในอดีตเคยมีช่วงเวลาที่ความเสี่ยงต่อเหตุการณ์วิกฤติอยู่ในระดับต่ำ และเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกเคยอยู่ห่างจากเวลาเที่ยงคืนถึง 17 นาที

นักฟิสิกส์ ลอว์เรนซ์ เคราส์ (Lawrence Krauss) จากมหาวิทยาลัย Arizona State ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ในกิจกรรมตั้งเวลาวันสิ้นโลก บอกกับผู้สื่อข่าวที่ National Press Club ที่กรุงวอชิงตัน ว่าคณะทำงานของเขาต้องการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกกำลังเผชิญกับอันตรายอยู่

อาจารย์ชารอน สคาวโซนี (Sharon Squassoni) จากมหาวิทยาลัย George Washington บอกว่า เราอาจได้เห็นการหวนคืนของการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ ท่ามกลางประเด็นร้อนเรื่องเกาหลีเหนือ และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ผู้ปรับนาฬิกาวันสิ้นโลกมีชื่อกลุ่มว่า Bulletin of Atomic Scientists ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่เคยได้รับรางวัลโนเบล 15 คน

นักวิชาการกลุ่มนี้กล่าวในแถลงการณ์ด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ยังขาดในส่วนที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพด้านความมั่นคงในทะเลจีนใต้

นอกจากความเสี่ยงในเวทีการเมืองโลกแล้ว นักวิทยาศาสตร์เตือนถึงปัญหาอากาศเปลี่ยนแปลงผิดธรรมชาติหรือ climate change และภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หุ่นยนต์เป็นอาวุธห้ำหั่นฝ่ายตรงข้าม

ผู้สื่อข่าววีโอเอสอบถามทำเนียบขาวว่ามีความคิดเห็นอย่างไรหรือไม่ เกี่ยวกับการปรับเข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกเข้าใกล้เที่ยงคืนมากขึ้น เพราะหลายประเด็นเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่แสดงความเห็นโดยทันทีหลังจากที่ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังสำนักโฆษก

ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับนาฬิกาวันสิ้นโลกครั้งนี้ กล่าวว่า ทัศนะของนักวิทยาศาสตร์กลุ่ม Bulletin of Atomic Scientists เป็นสะท้อนความกังวลเกินจริงของนักวิชาการหัวเอียงซ้าย

อาจารย์ชารอน สคาวโซนี ซึ่งมีความรับผิดชอบในงานของรัฐบาลทรัมป์ด้านการยับยั้งการแพร่ขยายของอาวุธ กล่าวว่า “เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่มืดมนและสิ้นหวังเสียทีเดียว”

เธอบอกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์อาจต้องการถอยห่างจากการใช้โวหารยั่วยุเกาหลีเหนือได้

ท้ายสุดนักฟิสิกส์ ลอว์เรนซ์ เคราส์ ตัวแทนกลุ่ม Bulletin of Atomic Scientists บอกว่า เป้าหมายหลักของการปรับนาฬิกา คือการเตือนเชิงสัญลักษณ์เพื่อให้เกิดการหารือกันในกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง

(รัตพล อ่อนสนิท เรียบเรียงจากรายงานผู้สื่อข่าว Steve Herman)

XS
SM
MD
LG