ลิ้งค์เชื่อมต่อ

แนวนโยบายต่างประเทศของพรรคเดโมแครตสวนทางนโยบายรัฐบาลทรัมป์


Election 2020 Canvassing
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:04:16 0:00
Direct link

ระหว่างการประชุมใหญ่ออนไลน์ของพรรคเดโมแครตสัปดาห์นี้จะมีการเสนอและรับรองแนวนโยบายต่างประเทศของพรรคซึ่งให้ภาพเค้าโครงเกี่ยวกับเป้าหมายและการจัดลำดับความสำคัญด้านกิจการระหว่างประเทศของพรรค

โดยสาระสำคัญของแนวนโยบายดังกล่าวรวมถึงการกลับไปทำงานร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศ การตอบโต้การปฏิบัติด้านการค้าของจีน รวมถึงการลดงบประมาณด้านกลาโหมลงด้วย และเอกสารร่างแนวนโยบายต่างประเทศของพรรคเดโมแครตที่มีความยาวราว 80 หน้านี้มาจากการยกร่างของสมาชิกระดับนำของพรรคซึ่งรวมถึงวุฒิสมาชิกเบอร์นี่ แซนเดอร์ ที่เคยเป็นคู่แข่งของอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน และขณะนี้ก็มีบทบาทช่วยประสานเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มหัวก้าวหน้าของพรรคกับกลุ่มที่มีแนวทางสายกลางด้วย และผลที่ได้จากกระบวนการทำงานนี้คือกรอบเค้าโครงด้านวิสัยทัศน์และการจัดลำดับความสำคัญเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศสำหรับโจ ไบเดน หากเขาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

ในเอกสารแนวนโยบายต่างประเทศดังกล่าวจีนยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญอยู่ ซึ่งพรรคเดโมแครตได้แสดงท่าทีอย่างแข็งกร้าวต่อการปฎิบัติด้านการค้าของจีนโดยเฉพาะในเรื่องการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการจารกรรมความลับทางธุรกิจ รวมทั้งตำหนิประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยว่ามาตรการขึ้นภาษีสินค้าจากจีนนั้นสร้างผลเสียต่อเกษตรกรอเมริกัน

ที่ผ่านมาอดีตรองประธานาธิบดีไบเดนได้ตำหนิการปฎิบัติด้านการค้าในทางมิชอบและในลักษณะเอาเปรียบของจีนรวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย และผู้กำลังจะเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตได้เน้นความจำเป็นของการทำงานร่วมกับกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับการปฏิบัติด้านการค้าของจีน และแนวนโยบายต่างประเทศของพรรคเดโมแครตก็ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศนี้เช่นกัน รวมทั้งตำหนิประธานาธิบดีทรัมป์ว่าได้โจมตีแหล่งที่มาแห่งความแข็งแกร่งของสหรัฐ บั่นทอนนโยบายทางการทูต และทำให้ความน่าเชื่อถือของสหรัฐต้องมัวหมองลง พร้อมทั้งสัญญาว่ารัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคเดโมแครตจะซ่อมแซมความสัมพันธ์ที่แตกร้าวกับรัฐบาลทั่วโลกและเน้นการกลับมาทำงานร่วมกับประเทศพันธมิตรรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศต่างๆ อีกครั้ง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจารย์ชาร์ล สตีเวนสัน ผู้สอนเรื่องนโยบายต่างประเทศที่ School of Advanced International Studies ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ได้ชี้ว่าความแตกต่างที่สำคัญด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์กับโจ ไบเดนนั้นคือประธานาธิบดีทรัมป์ได้เน้นการดำเนินการอย่างแข็งขันแต่เพียงฝ่ายเดียวขณะที่โจ ไบเดนต้องการกลับไปใช้รูปแบบทางการทูตซึ่งอาศัยความร่วมมือกับนานาประเทศมากกว่า

ในส่วนของการทหารนั้น แนวนโยบายของพรรคเดโมแครตเสนอให้ลดงบประมาณกลาโหมลงซึ่งก็ตรงข้ามกับแนวทางของประธานาธิบดีทรัมป์ผู้สนับสนุนการเพิ่มงบกลาโหมอย่างต่อเนื่อง โดยเอกสารแนวนโยบายต่างประเทศของพรรคเดโมแครตระบุว่าจะสามารถมีการป้องกันประเทศที่แข็งแกร่งและปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของชาติได้ถึงแม้จะใช้จ่ายเงินด้านนี้น้อยลงก็ตาม ทั้งยังเรียกร้องให้มีการตรวจสอบประจำปีสำหรับการใช้จ่ายที่สูญเปล่าและสิ้นเปลืองของกระทรวงกลาโหมสหรัฐด้วย

อย่างไรก็ตามถึงแม้แนวทางด้านนโยบายต่างประเทศจากสองพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐจะมีความแตกต่างและอาจนำไปสู่การถกเถียงอย่างมากได้นั้น เรื่องนี้ก็มักไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงชาวอเมริกันให้ความสนใจ เพราะผลการสำรวจของ Pew Research Center ในเดือนสิงหาคมนี้ยืนยันว่า 79% ของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ชาวอเมริกันให้ความสำคัญกับปัญหาเศรษฐกิจมากที่สุด รองลงไปคือเรื่องบริการด้านสุขภาพและการแต่งตั้งตุลาการศาลสูงของสหรัฐ ส่วนนโยบายต่างประเทศนั้นได้รับความสำคัญในลำดับที่หกโดย 57% ของคนอเมริกันระบุว่ากิจการต่างประเทศมีความสำคัญอย่างมากสำหรับการตัดสินใจเลือกของตน

XS
SM
MD
LG