ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ชาวอเมริกันมีพฤติกรรมกินอาหารผิดปกติมากขึ้นในช่วงโควิดระบาด


please wait

No media source currently available

0:00 0:04:24 0:00


หนึ่งในผลกระทบของวิกฤตการระบาดโคโรนาไวรัสในช่วงกว่าปีที่ผ่านมา คือเรื่องของการรับประทานอาหารของผู้คน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งมีรายงานว่า ยังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ผิดปกติไปจากเดิมอยู่ แม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม

รายงานของคณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ในขณะที่ข้อจำกัดต่าง ๆ ในสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายลง และผู้ป่วยโควิด -19 มีจำนวนลดน้อยลง แต่ความผิดปกติในการรับประทานอาหารกลับมีเพิ่มมากขึ้น

สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการทานอาหาร การเกิดโรคระบาดใหญ่ทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นอันตรายมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกวิตกกังวลและความหงอยเหงาในช่วงการล็อคดาวน์นั้นเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการอยู่คนเดียวและความรู้สึกกังวลอาจทำให้พฤติกรรมที่ผิดปกติในการทานอาหารทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

Jennifer Wildes รองศาสตราจารย์ด้านจิตเวชและผู้อำนวยการโครงการความผิดปกติด้านการรับประทานอาหารที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิคาโก้ บอกกับสำนักข่าว Associated Press ว่าปัญหานี้มีความรุนแรงมากขึ้น มีผู้ป่วยบางรายต้องรอนาน 4-5 เดือนเพื่อเข้ารับยาและการรักษาด้านสุขภาพจิต และว่าก่อนที่จะเกิดโรคระบาดใหญ่นี้ ผู้ป่วยใช้เวลาเวลารอเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่ปัจจุบันโครงการของรองศาสตราจารย์ Wildes ให้การรักษาผู้ป่วยราว 100 คน ซึ่งมากกว่าตอนก่อนเกิดโรคระบาดหนึ่งเท่าตัว

ส่วนโครงการรักษาความผิดปกติของการทานอาหารที่มหาวิทยาลัยมินเนโซต้ากำลังประสบปัญหาเดียวกัน ทุกๆ วันทางโครงการจะได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่โทรเข้ามาขอรับการรักษาเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า ในปี 2019 มีผู้ป่วยโทรเข้ามาราว 60 สายต่อวัน Jillian Lampert หนึ่งในหัวหน้าของโครงการนี้กล่าวว่า นับตั้งแต่การระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น จำนวนดังกล่าวก็สูงขึ้นเป็น 130 สายต่อวัน

Lampert กล่าวอีกว่าจำนวนที่เพิ่มขึ้นนั้นมีทุกเชื้อชาติและทุกวัย แต่ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงมักได้รับผลกระทบในเรื่องนี้มากกว่าผู้ชาย ผู้ป่วยบางคนบอกกับเธอว่า การเกิดโรคระบาดใหญ่ทำให้พวกเขาควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้ จึงใช้วิธีการทานอาหารมากขึ้นในการรับมือกับปัญหาของตน

ทั้งนี้ การทานมากเกินไปหรือ Binge-eating Disorder เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่ง ผู้ที่มีอาการนี้จะทานมากเกินไป และไม่สามารถหยุดตัวเองได้

ส่วนผู้ที่มีอาการตรงกันข้ามกับการทานมากเกินไป ก็คือกลุ่มคนที่ห่วงว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงที่เกิดโรคระบาด จนทำให้เคร่งครัดกับอาหารของตนมากเกินไปจนกลายเป็นความเบื่ออาหารหรือ Anorexia

Anorexia หรืออาการเบื่ออาหารนั้นเป็นหนึ่งในความผิดปกติด้านการทานอาหารที่พบบ่อย คนกลุ่มนี้มักจะจำกัดการกินเพื่อให้ลดน้ำหนักได้มากๆ ซึ่งอาจทำให้มีอาการความดันโลหิตต่ำผิดปกติและอวัยวะภายในเสียหายได้

และ Bulimia ก็เป็นความผิดปกติเกี่ยวกับการกินอีกอย่างหนึ่ง โดยคนกลุ่มนี้จะทานอาหารในปริมาณมากแล้วบังคับตัวเองให้อาเจียนออกมา

Peyton Crest วัย 18 ปีจากเมืองมินเนทองคา รัฐมินเนโซต้ากล่าวว่าเธอมีอาการของ anorexia ตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดโรคระบาด และอาการของเธอได้กำเริบมาสองครั้งแล้วตั้งแต่ที่โรคระบาดใหญ่เริ่มต้นขึ้น เมื่อเปลี่ยนไปเรียนหนังสือแบบออนไลน์ เธอก็สูญเสียเพื่อนๆ ไป ดังนั้นเธอจึงใช้เวลาทั้งวันอยู่ในห้องคนเดียว และคิดถึงแต่เรื่องอาหารและพฤติกรรมเบื่ออาหารของตัวเธอเอง ทั้งนี้ เธอได้รับการรักษาเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่อาการกลับกำเริบขึ้นอีกในเดือนกันยายน และเธอต้องใช้เวลาเกือบสองเดือนในศูนย์บำบัด

ตอนนี้โรงเรียนของเธอเปิดทำการเรียนการสอนในชั้นเรียนแล้ว และตัวเธอเองได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Rhodes College ในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี่ โดย Crest กล่าวว่าสุขภาพจิตของเธอดีขึ้นอย่างมาก

ข้อมูลจากสมาคม National Association of Anorexia Nervosa and Associated Disorders ระบุว่าความผิดปกติด้านการกินส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างน้อย 9 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก โดยจะมีผลกระทบต่อชาวอเมริกันเกือบ 30 ล้านคนในช่วงชีวิตของพวกเขาและทำให้คนอเมริกันเสียชีวิตราวปีละ 10,000 คน

องค์การ National Eating Disorders ของสหรัฐฯ ได้ระบุสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติของการรับประทานอาหาร ไว้ดังนี้

• กังวลเรื่องน้ำหนักตัว ขนาดรูปร่าง และอาหารมากเกินไป

• มีข้อจำกัดต่างๆ เกี่ยวกับประเภทของอาหาร เช่น ขนมปัง หรือน้ำตาล

• ไม่สะดวกที่จะรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

• มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบแปลกๆ เช่นเคี้ยวนานเกินไป หรือไม่ให้อาหารโดนตัว

• งดทานอาหารบางมื้อหรือทานอาหารไม่เพียงพอในมื้อปกติ

• หลีกเลี่ยงการพบเพื่อนและการทำกิจกรรมทางสังคม

• หายตัวไปในทันทีหลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้ว

• มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรมอย่างมาก

XS
SM
MD
LG