ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'สวนน้อยในเมืองใหญ่' แหล่งเสริมสร้างความรู้นอกชั้นเรียน


This photo provided by Lucky Atkare shows an urban garden in Los Angeles. Interest in gardening has grown around the country. And urban gardeners say it's particularly important for the health and resiliency of city neighborhoods. (Lucky Atkare via AP)
City Blossoms
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:03:44 0:00


เมืองใหญ่ๆ อาจจะดูเหมือนไม่ใช่สถานที่ที่ดีที่สุดในการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งในกรุงวอชิงตันกำลังพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น

City Blossoms องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีเป้าหมายในการนำธรรมชาติมาสู่เด็กๆ ที่อาจขาดแคลนพื้นที่สีเขียว องค์กรนี้ได้ช่วยสร้างพื้นที่สีเขียวในโรงเรียนประถมศึกษา 7 แห่ง โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2 แห่ง และศูนย์เด็กปฐมวัยอีก 18 แห่งทั่วกรุงวอชิงตัน

ทั้งนี้ City Blossoms มีนักการศึกษาในองค์กรที่คอยสอนบทเรียนให้แก่เด็กๆ โดยมุ่งเน้นในเรื่องการทำสวนและธรรมชาติ

Tara McNerney ผู้อำนวยการองค์กร City Blossoms ซึ่งเคยเป็นครูมาก่อน กล่าวว่าทางองค์กรเน้นการสอนบทเรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ทักษะการใช้ชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ เช่น การทำอาหาร และการแสดงออกทางด้านศิลปะ

ภายในสวน นักเรียนสามารถเรียนรู้แนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น วงจรชีวิตของพืชหรือระบบนิเวศ ส่วนครูสามารถใช้พื้นที่สีเขียวในการสอนวิชาการอ่าน โดยการอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับสวนหรือเรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับธรรมชาติ หรือแม้แต่วิชาคณิตศาสตร์ก็สามารถสอนในสวนได้เช่นเดียวกัน

City Blossoms จะทำงานร่วมกับโรงเรียนในท้องถิ่นเป็นระยะเวลา 3-4 ปี นอกจากนี้ทางองค์กรได้ช่วยโรงเรียนในการสร้างและดูแลสวน โดยที่โรงเรียนจะเป็นผู้ดูแลสวนเสียส่วนใหญ่ McNerney กล่าวว่า เธอร่วมมือกับโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าใจถึงความสำคัญของการศึกษานอกชั้นเรียน และต้องการให้สวนเหล่านั้นอยู่ในโรงเรียนไปอีกนานหลายปี

ที่สวนชุมชนอีก 5 แห่งของ City Blossoms ทางองค์กรช่วยเหลือในการดูแลสวนและจัดกิจกรรมธรรมชาติสำหรับชุมชน แต่เรื่องพื้นที่ต่างๆ ยังคงเป็นหน้าที่ของชุมชน

Isa Zambrano ซึ่งช่วยทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ชุมชนให้กับ City Blossoms กล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทางองค์กรก็ไม่ได้เป็นผู้ออกแบบพื้นที่เหล่านี้ แต่ชุมชนเป็นผู้ออกแบบ โดยทุกๆ สวนจะบ่งบอกถึงรูปแบบและวัฒนธรรมของชุมชนนั้นๆ

Kendra Hazel ผู้ดูแลสวนชุมชนให้กับ City Blossoms กล่าวว่า ทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุต่างได้มีส่วนร่วมกับพื้นที่สีเขียวของชุมชน อย่างเช่นในระหว่างที่เรียนทำอาหาร คนในชั้นเรียนจะเล่าถึงอาหารที่มีความพิเศษเฉพาะในวัฒนธรรมของตน

นอกจากนี้แล้ว สวนชุมชนยังแสดงถึงความหลากหลายของกรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นเหมือนกับการรวบรวมผู้คน วัฒนธรรม และละแวกต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน

อย่างไรก็ดี อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นหาได้ยากในบางส่วนของกรุงวอชิงตัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยากจน โดยราว 15% ของเมืองนี้ เป็น "Food Desert" หรือพื้นที่ยากจนที่ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างออกไปกว่า 1.6 กิโลเมตร และในสองพื้นที่ที่ยากจนที่สุดของวอชิงตัน ดี.ซี. คือ โซน 7 และ 8 มีซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่เพียง 3 แห่งเท่านนั้นสำหรับประชากร 160,000 คน

McNerney ผู้อำนวยการ City Blossoms กล่าวว่า สวน 7 แห่งของ City Blossom อยู่ในสองโซนนั้น ภารกิจส่วนหนึ่งขององค์กรคือการปลูกพืชในพื้นที่ที่อาจขาดแคลนพื้นที่สีเขียว และอาจไม่มีอาหารสดและดีต่อสุขภาพ

สำหรับนักเรียนที่โตแล้วในโรงเรียนมัธยมสองแห่งในกรุงวอชิงตัน นักเรียนจะได้เรียนรู้วิธีปลูกและเก็บเกี่ยวพืชผลผ่านโปรแกรม Mighty Greens ของ City Blossoms นอกจากนี้นักเรียนในโครงการยังได้ขายผักและสมุนไพรที่ตลาดเกษตรกรในท้องถิ่นอีกด้วย

และถึงแม้ว่าเป้าหมายหลักของ City Blossoms คือการสอนเด็กๆ แต่สมาชิกในครอบครัวที่มีอายุมากกว่ารวมถึงผู้ใหญ่ก็สามารถเข้าร่วมได้ เพราะทางองค์กรมีบทเรียนการทำสวนสำหรับคนทุกเพศทุกวัย

Hazel ผู้ดูแลสวนชุมชนให้กับ City Blossoms กล่าวว่า การระบาดใหญ่นี้ทำให้ผู้คนต้องการใช้เวลาอยู่ข้างนอกเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติกันมากขึ้น และว่า ผู้คนต่างตื่นตัวกับความจริงที่ว่าพื้นที่สีเขียวมีความสำคัญมากในชุมชนของตน นอกจากนี้ยังตระหนักถึงผลดีของการได้อยู่นอกบ้าน ได้ตัดขาดจากเทคโนโลยี และได้ทำให้มือเปื้อนดินเปื้อนโคลนกันเสียบ้า

XS
SM
MD
LG