ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ทิศทางการขยายตัวเศรษฐกิจจีนดูไม่สดใส เพราะวิกฤติหนี้ธุรกิจอสังหาฯ และภาวะขาดแคลนพลังงาน


A screen displays the Hong Kong share index at the Hong Kong Stock Exchange on Oct. 4, 2021. Shares in troubled real estate developer China Evergrande Group and its property management unit Evergrande Property Services were suspended from trading Monday i
please wait
Embed

No media source currently available

0:00 0:05:52 0:00


จีนกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้านในเวลานี้ ตั้งแต่ ปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ไปจนถึงปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท แต่วิกฤตหนี้สินในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่นี้ ส่งสัญญาณว่า เศรษฐกิจของประเทศนี้อาจจะตกอยู่สถานะย่ำแย่หนักขึ้นไปอีกในไม่ช้านี้แล้ว

หลายคนหันมาจับตาดูภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของจีนอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับบริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป (China Evergrande Group) ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มีปัญหาด้านการเงินครั้งใหญ่จากหนี้เงินกู้ถึงกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ และรัฐบาลจีนส่งสัญญาณว่าจะไม่เข้าช่วยเหลือใดๆ แม้ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นถือครองสัดส่วนเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีของจีน ซึ่งคล้ายๆ กับกรณีของประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ

ขณะเดียวกัน วิกฤติของ เอเวอร์แกรนด์ นั้นเริ่มกลายมาเป็นสถานการณ์ที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่นๆ ของจีนเริ่มประสบด้วยเช่นกัน โดยหลายแห่งเริ่มผิดชำระหนี้ของตน หรือไม่ก็ขอให้เจ้าหนี้ยืดระยะเวลากำหนดชำระเงินกู้ออกไปแล้ว

วิกฤติในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของจีนปะทุออกมาในช่วงที่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกมีปัญหาการขาดแคลนถ่านหินอย่างรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ทั้งประเด็นการคว่ำบาตรถ่านหินจากออสเตรเลีย และกฎเกณฑ์ใหม่ๆ ของภาครัฐในการควบคุมอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน ที่ทำให้มีการเลิกลงทุน หรือลดการขุดไปแล้ว

ทั้งนี้ จีนพึ่งพาถ่านหินในการผลิตพลังงานไฟฟ้าถึง 70 เปอร์เซ็นต์

ในส่วนของประเด็นการผิดชำระหนี้ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จีนนั้น นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความกังวลหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เช่น มูดดี้ส์ (Moody’s Investors Service) ฟิทช์ (Fitch Ratings) และ เอสแอนด์พี (S&P Global Ratings) ต่างปรับลดอันดับเครดิตของบริษัทจีนหลายแห่งไปเรียบร้อยแล้วด้วย

ดั๊ก แบร์รี โฆษกของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-จีน บอกกับ วีโอเอ ว่า ปัญหาที่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญอยู่นี้คือ การที่ต้องเสนออัตราผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้นไปอีก เพื่อเสนอขายตราสารหนี้ให้กับนักลงทุนในตลาดโลก ขณะที่เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามายังจีนน่าจะลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แบร์รี กล่าวเสริมว่า ผลกระทบที่เห็นได้ชัดทันทีจากปัญหาในจีนคือ การลดลงของการลงทุนในจีนจากต่างประเทศและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง ซึ่งเมื่อคำนวณร่วมกับผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานแล้ว ถือว่า จีนกำลังอยู่ใน ”ภาวะที่น่วม” พอควร

XS
SM
MD
LG