ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

นักวิจัยอังกฤษเปิดเผยความลับเกี่ยวกับอาหารของมนุษย์ถ้ำ


นักมานุษยวิทยาอังกฤษค้นความลับเกี่ยวกับอาหารของคนยุโรปยุคหินจากซากฟอสซิลเศษอาหารที่ติดก้นหม้อโบราณ

เฮลี่ ซอล นักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย University of York กล่าวว่าเธอต้องขอบคุณกุ๊กยุคหินฝีมือยอดเเย่

เธอกล่าวว่าทีมงานเลือกศึกษาวิเคราะห์หม้อโบราณที่สกปรก เจ้าของหม้อทำอาหารไม่เก่ง อาหารไหม้ติดก้นหม้อ กลายเป็นหลักฐานสำคัญให้ทีมงานของเธอได้ศึกษาว่ามนุษย์ยุคหินปรุงอาหารกันอย่างไร

ทีมงานของคุณฮอลลี่ ซอล ศึกษาซากฟอสซิลเศษอาหารที่ใหม้ติดก้นหม้อเพื่อวิเคราะห์ดูส่วนประกอบที่ใช้ในการปรุงอาหาร เธอบอกว่าหม้อโบราณใบที่เจ้าของทำความสะอาดหมดจดมักไม่เหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ศึกษา

ทีมงานของคุณซอล ทำการขูดเอาคราบเเข็งที่เคลือบติดหม้อหลายใบที่อายุราวหกพันปี ขุดพบในเยอรมันนีและเดนมาร์ก

นักวิจัยชี้ว่าไม่พบซากพืชในคราบเศษอาหารจากก้นหม้อเพราะพืชจะย่อยสลายอย่างรวดเร็ว เมื่อเซลล์ของพืชสลายตัวไป จะเหลือเเต่เฉพาะโครงร่างของเซลล์ที่ปรากฏให้เห็นในซากหินดึกดำบรรพ์

จากการศึกษาซากฟอสซิลขนาดเล็กมากเหล่านี้ คุณซอลได้ค้นพบร่องรอยของเมล็ดจากพืชที่ปัจจุบัน ซึ่งพบในยุโรปและเอเชียตะวันตกที่เรียกว่า garlic mustard
เธอกล่าวว่าใบของพืชชนิดนี้มีกลิ่นเหมือนกระเทียม และเม็ดมีรสชาดเหมือนมัสตาร์ด จึงได้ชื่อว่า garlic mustard

นอกจากนี้ การศึกษาซากโบราณของเศษอาหารจากก้อนหม้อโบราณสกปรกเหล่านี้ยังช่วยให้นักวิจัยค้นพบสูตรอาหารของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อีกด้วย เธอกล่าวว่ารอบๆปากหม้อ ทีมงานพบร่องรอยของตะกอนที่เกิดจากการระเหยตัวของของเหลว ทำให้เชื่อว่ามีการใช้น้ำในอาหารที่ปรุงในหม้อโบราณ อาจจะเป็นอาหารจำพวกซุป

นักวิจัยกล่าวว่าซุปที่ปรุงโดยมนุษย์ยุคก่อนหินส่วนมากทำจากอาหารทะเล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่น่าแปลกใจเนื่องจากจุดที่ขุดพบหม้อเหล่านี้อยู่ตามจุดที่เคยเป็นแนวชายฝั่งเมื่อหกพันปีที่แล้ว แต่คุณซอลกล่าวว่าสูตรการปรุงซุปอาหารทะเลมีหลากหลาย แตกต่างกันไป

เธอกล่าวว่าทีมงานยังพบหลักฐานที่ชี้ว่ามีการใช้ไขมันจากสัตว์ในการปรุงอาหาร อาจจะเป็นสัตว์จำพวกกวางและวัวควายโบราณ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยของพืชจำพวกแป้งในซากอาหารที่กลายเป็นฟอสซิลนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาจากการศึกษา คุณฮอลลี่ ซอล เชื่อว่าคนยุคหินใช้เม็ด garlic mustard เป็นเครื่องเทศช่วยเสริมรสชาดเพราะใช้เพียงเล็กน้อยและยังไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ

ข้อมูลใหม่ที่คุณซอลและทมงานค้นพบชี้ว่าคนยุโรปโบราณปรุงอาหารเพื่อรสชาด นอกเหนือจากแค่เลี้ยงท้องให้อิ่ม และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงที่มนุษย์ชาวยุโรปโบราณในพื้นที่ที่พบหม้อโบราณเริ่มเปลี่ยนแปลงจากการล่าสัตว์และเก็บของป่า ไปทำการเกษตรกรรม

คุณซอลกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าไม่น่าเเปลกใจเลยที่คนที่รับประทานพืชที่ปลูกกินเอง ซึ่งเป็นพืชที่มีรสชาดจืดชืด จะเริ่มสนใจเพิ่มรสชาดให้อาหารของตนด้วยการเติมเครื่องเทศลงไป เธอกล่าวว่า การใช้เครื่องเทศเพื่อเสริมรสชาดอาหารนี้ แม้จะถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนเราในปัจจุบัน เเต่คุณซอลกล่าวว่าในยุคหิน นี่ถือเป็นพัฒนาการสำคัญเพราะแสดงว่ามนุษย์ถ้ำมีความก้าวหน้าด้านวัฒนธรรม ต้องการปรุงแต่งรสชาดอาหารของตนและมีความคิดสร้างสรรค์ ถือว่าน่าทึ่งกว่าที่คนส่วนใหญ่คาดกันไว้
XS
SM
MD
LG