ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

ชาติภาคี WTO ทำความตกลงทางการค้าได้เป็นครั้งแรก ธนาคารกลางจีนสั่งห้ามใช้ Bitcoin และเศรษฐีชาวต่างชาตินิยมซื้อบ้านในอเมริกา


ผู้แทนประเทศภาคีองค์การการค้าโลก (World Trade Organization หรือ WTO) ลงมติให้ความเห็นชอบกับข้อตกลงการค้าเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรนี้ขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1995 ประเด็นสำคัญของข้อตกลงที่ว่านี้ คือการผ่อนผันกำแพงกีดขวางทางการค้า โดยการทำให้กระบวนการศุลกากรง่ายขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเทศภาคีของ WTO ทั้ง 159 ประเทศจะต้องให้ความเห็นชอบก่อนจะนำข้อตกลงนี้มาใช้ได้ นักวิเคราะห์ประมาณว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะเพิ่มมูลค่าการค้าให้กับเศรษฐกิจโลก 1 ล้านล้านดอลล่าร์ รวมทั้งช่วยให้ WTO อยู่ต่อไปได้ในอนาคต

และที่กรุงวอชิงตัน ประธานาธิบดี Barack Obama กล่าวเร่งรัดให้รัฐสภาลงมติยืดเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ตกงานออกไปอีก

ประธานาธิบดี Obama กล่าวข้อความนี้ในการกล่าวปราศัยประจำสัปดาห์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สำนักงานงบประมาณของรัฐสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ประมาณการไว้ว่า ถ้ามีการยืดเวลาการให้ความช่วยเหลือคนตกงานนี้ต่อไปอีก จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐในปีหน้า

ในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขการจ้างงานที่รัฐบาลสหรัฐเผยแพร่ออกมาเมื่อวันศุกร์ แสดงให้เห็นว่าอัตราการว่างงานลดลงไปอยู่ที่ 7% ซึ่งนับเป็นอัตราต่ำสุดในช่วงห้าปีมานี้ โดยมีการจ้างงานในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มถึง 203,000 คน ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวอย่างมั่นคงจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปี ค.ศ. 2008

และเมื่อวันพฤหัสบดี ธนาคารกลางและหน่วยงานอื่นๆอีก 4 แห่งของจีนมีคำสั่งห้ามใช้ Bitcoin ในการทำธุรกรรม เพราะเกรงว่าอาจมีผู้นำไปใช้ในการฟอกเงินและจะเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ นอกเหนือไปจากการปกป้องเงิน Renminbi ว่าเป็นเงินชนิดเดียวที่มีความถูกต้องตามกฎหมาย

คำสั่งนี้กล่าวไว้ด้วยว่า Bitcoin ไม่ใช่เงินที่แท้จริง แต่เป็นสินค้าออนไลน์ และไม่ควรนำมาใช้ในการค้าขายเหมือนเงินจริง

ในเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐไปแถลงปากคำต่อวุฒิสภาสหรัฐว่า ข่ายงานการเงินอย่าง Bitcoin อำนวยประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ข่ายงานการเงินได้ แต่ก็เตือนไว้ด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ Bitcoin ในการฟอกเงินและกิจกรรมทางอาชญากรรมอื่นๆได้

เวลานี้ Bitcoin มีค่าสูงกว่า $1,100 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านยูนิต นักลงทุนจึงต้องแข่งขันกันซื้อ ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

และรายงานข่าวกล่าวว่า มีชาวต่างชาตินิยมซื้อบ้านในอเมริกามากขึ้น โดยถือว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง บริเวณที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ ตอนใต้ของรัฐ Ccalifornia โดยเฉพาะนคร Los Angeles นคร Miami และนคร New York

Angela Wong นักธุรกิจทางด้านอสังหาริมทรัพย์ใน Los Angeles บอกว่า เฉพาะในปีที่แล้ว มีลูกค้าจากประเทศจีนที่ต้องการซื้อบ้านในอเมริกาเพิ่มขึ้น 30%

เหตุผลสำคัญคืออยากจะให้ลูกได้เรียนหนังสือในอเมริกา รองลงมาคือการอพยพไปตั้งรกรากอยู่ในอเมริกา นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจที่ไปลงทุน และเมื่อได้วีซ่าการทำธุรกิจ EB-5 ก็จะต้องมีบ้านอยู่ในอเมริกาด้วย

แต่ไม่ได้มีแต่ชาวจีนเท่านั้นที่ต้องการซื้อบ้านในอเมริกา นายหน้าซื้อขายบ้าน Shannon Miller บอกว่า มีคนจากประเทศต่างๆประมาณ 70 ประเทศที่ลงทุนซื้อบ้านในอเมริกา ส่วนใหญ่ซื้อด้วยเงินสด โดยเฉพาะในย่าน Beverly Hills ในนคร Los Angeles ทำให้ราคาบ้านในย่านนั้นแพงมาก

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ราคาบ้านในอเมริกาจะยังคงสูงขึ้นอยู่ต่อไป
XS
SM
MD
LG