แอนโทนี บลิงเคน กล่าวสนับสนุนอิสรภาพ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของคาซัคสถาน ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศแถบเอเชียกลางครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
"บางครั้งเรากล่าวคำเหล่านั้นอย่างไม่มีความหมาย แต่ในช่วงเวลาเช่นนี้ คำเหล่านั้นกลับดังก้องไปทั่วยิ่งกว่าเดิม" รมต.บลิงเคน กล่าวระหว่างพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศคาซัคสถาน มุคห์ตาร์ ทิลูเบอร์ดี ที่กรุงอัสตานาของคาซัคสถาน
ก่อนการเดินทางเยือนเอเชียกลางครั้งนี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดนระบุว่า จะมุ่งเน้นสนับสนุนอิสรภาพและอธิปไตยของ 5 ประเทศในแถบนี้ คือ คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน ซึ่งล้วนเคยอยู่ในสหภาพโซเวียตและมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับรัสเซียทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม
ในวันอังคาร รัฐมนตรีบลิงเคนมีกำหนดหารือกับกลุ่ม C5+1 ซึ่งเป็นเวทีการเจรจาทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับ 5 ประเทศดังกล่าว ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2015 โดย รมต.บลิงเคน กล่าวในการหารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน คาสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ ว่า ตนมุ่งหวังที่จะให้รัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในภูมิภาคนี้
โดนัลด์ ลู ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางร่วมไปกับรัฐมนตรีบลิงเคน กล่าวว่า สงครามในยูเครนได้สร้างแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศเหล่านี้ "เราเห็นราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น ความยากลำบากในการส่งออกสินค้า การฟื้นตัวอย่างล่าช้าจากการระบาดของโควิด และการหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยจากรัสเซีย สหรัฐฯ กำลังทำงานเพื่อสนับสนุนประชาชนในภูมิภาคนี้"
โดนัลด์ ลู ยืนยันว่า "เราไม่ได้ต้องการให้ประเทศในเอเชียกลางต้องเลือกระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย หรือสหรัฐฯ กับจีน" และว่า ความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ประเทศเหล่านี้มีกับอเมริกานั้นแตกต่างจากความสัมพันธ์ที่มีกับจีนและรัสเซีย
ที่ผ่านมา แม้คาซัคสถานและอุซเบกิสถานต่างหลีกเลี่ยงการประณามรัสเซียที่บุกรุกยูเครน แต่ก็มิได้ยอมรับความเป็นอิสระของดินแดนในยูเครนที่รัสเซียอ้างว่าเป็นของรัสเซียเช่นกัน
หลังเกิดสงครามเมื่อปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือทั้งสองประเทศนี้ให้เลี่ยงผลกระทบจากมาตรการลงโทษที่ชาติตะวันตกนำมาใช้กับรัสเซีย เช่น การเปลี่ยนสถานะของธนาคารสาขาของรัสเซียสามแห่งให้กลายเป็นของคาซัคสถานทั้งหมด
ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่า "การเดินหน้าเรื่องสิทธิมนุษยชนในเอเชียกลางถือเป็นภารกิจหลักของสหรัฐฯ มาตลอด เรามีพันธกิจที่ต้องสนับสนุนการปกป้องประชากรกลุ่มเปราะบางในเอเชียกลาง ซึ่งรวมถึง ผู้อพยพ ผู้ขอลี้ภัย กลุ่มความหลากหลายทางเพศ สตรีและเด็กผู้หญิง"
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และองค์กรตรวจสอบระหว่างประเทศ ชี้ถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคนี้ที่ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น รวมถึงการละเมิดเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
- ที่มา: วีโอเอ และเอเอฟพี