ลิ้งค์เชื่อมต่อ

“แมร์เคิล” รับไม้ต่อ “มาคร็อง” สกัดแผน “ทรัมป์” ออกจากข้อตกลงอิหร่าน


President Donald Trump greets German Chancellor Angela Merkel, April 27, 2018, at the White House in Washington.
President Donald Trump greets German Chancellor Angela Merkel, April 27, 2018, at the White House in Washington.

นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล บินตรงสู่กรุงวอชิงตัน รับไม้ต่อจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาคร็อง แห่งฝรั่งเศส เข้าหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในประเด็นการค้าและความมั่นคง

การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯและเยอรมนี ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน ในช่วงเที่ยงของวันศุกร์ ตามเวลาสหรัฐฯ ใช้เวลาน้อยกว่า 3 ชั่วโมง โดยเป็นการประชุมภายในห้องทำงานรูปไข่เพียง 30 นาที ก่อนจะร่วมรับประทานมื้อเที่ยงพร้อมกับหารือในหลากหลายประเด็นไปพร้อมกัน และปิดท้ายด้วยการแถลงข่าวร่วมกัน

ซึ่งทั้งหมดนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 30 นาที

Trump US Germany
Trump US Germany

นางแมร์เคิล มีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน คือ ในแง่เศรษฐกิจ ผู้นำเยอรมนีต้องการหารือกับทรัมป์ เพื่อผลักดันให้สหรัฐฯกลับมามีบทบาททางการค้าระหว่างประเทศเหมือนแต่ก่อน การเจรจาข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ Trans-Atlantic กับสหรัฐฯ และต่อรองให้สหภาพยุโรปได้รับการยกเว้นจากการเรียกเก็บภาษีเหล็กและอลูมิเนียมจากสหรัฐ ซึ่งใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีนำเข้า ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้

และในด้านความมั่นคง นางแมร์เคิล ถือเป็นไพ่ใบสุดท้าย ในการโน้มน้าวไม่ให้ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

ในการแถลงข่าวร่วมกัน ทรัมป์ใช้เวลาส่วนใหญ่เรียกร้องให้ประเทศในองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO เพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างน้อยร้อยละ 2 ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP รวมทั้งเรียกร้องให้มีการค้าระหว่างประเทศที่เป็นธรรมและเอื้อประโยชน์กับสหรัฐฯ มากขึ้น

ทั้งนี้ สื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทางการเมืองต่างจับตาท่าทีของผู้นำทั้ง 2 ชาติ ซึ่งดูเย็นชากว่าท่าทีของทรัมป์กับประธานาธิบดีมาคร็องอย่างที่คาดไว้ แต่ทั้งคู่ต่างสงวนท่าทีไม่ให้มีช่วงเวลาอันน่าอึดอัดใจเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในการพบกันเมื่อปีก่อน

ในที่สุด: ประธานาธิบดีทรัมป์ จับมือกับนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ในการหารือร่วมกันที่ทำเนียบขาว
ในที่สุด: ประธานาธิบดีทรัมป์ จับมือกับนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล แห่งเยอรมนี ในการหารือร่วมกันที่ทำเนียบขาว

ซึ่งเอริค โจนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายยุโรปและยูเรเซียศึกษา มหาวิทยาลัย John Hopkins บอกว่า แม้แม้ว่าประธานาธิบดีมาคร็องจะถูกชะตาทรัมป์มากกว่านางแมร์เคิล แต่เธอก็ไม่ปล่อยให้เสน่ห์มาขัดขวางภารกิจสำคัญของเธอได้ และนางมาร์เคิล เลือกใช้หลักการและหลักผลประโยชน์ร่วมของสหรัฐฯและเยอรมนีเป็นหมากเดินเกมการหารือครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าสหภาพยุโรป ไม่ได้คาดหวังว่าทรัมป์จะเปลี่ยนใจหลังการหารือกับนางแมร์เคิลแต่อย่างใด

XS
SM
MD
LG