ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

Malaysia's Mahathir Retires - 2003-12-24


นายกรัฐมนตรีมาเลย์เซียปลดเกษียณ

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคมนี้เป็นวันทำงานวันสุดท้ายในตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัดของมาเลย์เซีย นายกรัฐมนตรีวัย 77 ปีผู้นี้ประกาศจะสละตำแหน่งไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือรองนายกรัฐมนตรีอับดุลลาห์ บาดาวี ซึ่งเป็นผู้ที่นายกรัฐมนตรีมหาธีร์เลือกไว้เอง

นักวิเคราะห์กำลังถกเถียงกันว่า ประเทศมาเลย์เซียที่นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ปกครองมาเป็นเวลานาน 22 ปีนี้ ในที่สุดแล้ว ก้าวหน้าขึ้นมาเทียมบ่าเทียมไหล่ประเทศในตะวันตกอย่างที่นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่

เมื่อเกือบ 40 ปีมาแล้ว นายแพทย์มหาธีร์ โมฮัมหมัดได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จากรัฐเคดะห์ และเริ่มต้นรณรงค์เผยแพร่แนวความคิดที่ว่า มาเลย์เซียจะต้องเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และชาวมาเลย์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งประเทศอยู่เล็กน้อย ในขณะที่ส่วนที่เหลือประกอบไปด้วยชาวจีนและชาวอินเดีย จะต้องมีความสามารถที่จะยืนหยัดได้ด้วยตนเองทั้งทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง

นายแพทย์มหาธีร์ โมฮัมหมัดกลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีมหาธีร์เมื่อปีพ.ศ. 2524 และเริ่มต้นชักชวนให้ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในประเทศ ในขณะที่รัฐบาลเองจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมาทำงานในโครงการใหญ่ๆหลายด้าน รวมทั้งการก่อสร้าง อุตสาหกรรมเหล็กกล้า และอุตสาหกรรมรถยนตร์ อาคารระฟ้าคู่เพโทรนัสได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก ใครที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Entrapment ก็คงอดไม่ได้ที่จะยกย่องว่าเป็นจุดเด่นจุดหนึ่งของมาเลย์เซีย แต่ตัวนายกรัฐมนตรีมหาธีร์เองยอมรับเมื่อเร็วๆนี้ว่า ไม่ประสบความสำเร็จที่จะผลักดันให้มีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าขึ้นในประเทศ โดยกล่าวโทษว่าการบริหารงานไม่ดีพอ และนักเศรษฐศาสตร์ให้ความเห็นไว้ว่า รถยนตร์ยี่ห้อ Proton ของมาเลย์เซียนั้น แม้จะเป็นวิ่งให้เห็นทั่วท้องถนนในประเทศ แต่จะไม่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน Cyberjaya แหล่งอุตสาหกรรมไฮเทคของมาเลย์เซียยังดึงดูดธุรกิจไฮเทคต่างชาติชั้นนำไม่ได้มากอย่างที่ตั้งเป้าหมายไว้ สำหรับความหวังที่จะเห็นชาวมาเลย์ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่สามารถแข่งขันกับชนกลุ่มอื่นได้ในประเทศนั้น ศาสตราจารย์บิล เคสของคณะรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธในออสเตรเลีย บอกว่า เวลานี้การแบ่งกลุ่มในมาเลย์เซีย ไม่ใช่เป็นกลุ่มคนจีน หรือกลุ่มคนมาเลย์อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการแบ่งระหว่างกลุ่มชาวมุสลิมกับกลุ่มที่ไม่ใช่ชาวมุสลิม ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องปรับทีท่าและน้ำเสียงให้เป็นไปในทางโลกย์น้อยลงกว่าที่เคยเป็นมา

มาเลย์เซียที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ถือบังเหียนจะก้าวเดินไปทางไหน ยังไม่มีใครบอกได้ แต่ที่เป็นที่เชื่อกันก็คือ “อดีต”นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย จะไม่ใช้ชีวิตหลังการเกษียณอย่างเงียบๆอย่างแน่นอน

XS
SM
MD
LG