ลิ้งค์เชื่อมต่อ

logo-print

สถานการณ์ราคาน้ำมันในแถบเอเชีย


แม้ราคาน้ำมันลดลงมาต่ำกว่าบาร์เรลละ 60 ดอลลาร์ในขณะนี้ ได้สร้างความสบายใจให้กับผู้บริโภคและรัฐบาลของประเทศในเอเชีย แต่สำหรับนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญการขนส่ง มองว่า สถานการณ์นี้ยังไม่อาจทำให้เศรษฐกิจเอเชียหลุดพ้นจากภาวะถดถอยได้

แม้ผู้ใช้รถยนต์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก และรัฐบาลทั่วเอเชีย รู้สึกสบายใจขึ้น เมื่อเห็นราคาน้ำมันในปัจจุบันลดลงกว่าครึ่งจากที่ขึ้นไปสูงสุด 147 ดอลลาร์เมื่อเดือนกรกฏาคม แต่นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง เชื่อว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงนี้ จะยังไม่สามารถป้องกันเศรษฐกิจส่วนใหญ่ในเอเชียจากภาวะถดถอยหรือทำให้สายการบินลดการขาดทุนลงได้

คุณทิม คอนดอน นักวางแผนลงทุนในเอเชียของธนาคารไอเอ็นจีที่สิงคโปร์ กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันที่ลดลง ช่วยให้รัฐบาลของประเทศในเอเชีย สามารถจัดการกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ด้วยการลดดอกเบี้ยหรือดำเนินมาตรการอื่นๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย สามารถลดภาระเงินอุดหนุนราคาน้ำมัน และทำให้ประชาชนเหลือเงินเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นมากขึ้น แต่ก็ยังไม่อาจทำให้เศรษฐกิจของเอเชียฟื้นตัวขึ้นได้ เนื่องจากการเจริญเติบโตของภูมิภาคนี้ยังต้องพึ่งพาการส่งออกไปยังประเทศตะวันตกอยู่มาก

คุณทิม ชี้ว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงเกิดมาจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เขายังไม่เห็นว่าเศรษฐกิจเอเชียจะกระเตื้องขึ้นถ้ายังต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก แต่ถ้าราคาน้ำมันยังคงลดลงต่อเนื่องนานหลายเดือน ก็พอจะชดเชยความเสียหายของเศรษฐกิจเอเชียจากความตกต่ำของเศรษฐกิจโลกได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด

สายการบินหลายแห่ง โดยเฉพาะในเอเชีย ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาน้ำมันแพงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ คาดว่า สายการบินจะขาดทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์ในปีหน้า อย่างไรก็ตาม คุณโรเบิร์ต ชอง โฆษกของสมาคม บอกว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว

คุณชอง บอกว่า แม้มีข่าวดีที่ราคาน้ำมันลดลงมาครึ่งหนึ่ง จากที่ขึ้นไปสูงสุดในเดือนกรกฏาคม แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบที่เกิดมาจากความต้องการเดินทางลดลง เขาคิดว่าในปีนี้อุตสาหกรรมสายการบินจะขาดทุนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเดือนกันยายน

ทั้งนี้การสัญจรทางอากาศในเดือนดังกล่าวลดลงเกือบ 3% ทั่วโลก และเกือบ 7% ในเอเชีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ลดลง นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคซาร์ในเอเชีย เมื่อต้นปี 2546 ราคาน้ำมันแพงทำให้ในรอบปีที่ผ่านมา สายการบินจำนวนมากลดการให้บริการและตัดเส้นทางบินที่สิ้นเปลืองน้ำมัน แต่ราคาน้ำมันที่ถูกลงก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะสร้างความมั่นใจให้กลับมาบินในเส้นทางที่ปิดให้บริการ จึงยังต้องรอความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าในปีหน้า เศรษฐกิจในชาติกำลังพัฒนาเช่นในเอเชีย จะเติบโตโดยเฉลี่ยไม่ถึง 5 %ลดลงจากที่เคยเติบโตโดยเฉลี่ยกว่า 7 % ในช่วงปี 2547-2550 และสำหรับเศรษฐกิจโลกโดยรวมคาดว่าจะเติบโตโดยเฉลี่ยไม่ถึงร้อยละ 3 จากที่เติบโตร้อยละ 5 ในปีที่แล้ว

XS
SM
MD
LG